จังหวะการเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาล ของ พรรคก้าวไกล กำลังเข้มข้น อย่างน่าสนใจ พร้อมๆกับการที่แกนนำของพรรคเดินสายลงพื้นที่ พบปะพี่น้องประชาชน เพื่อเตรียมจัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งรอบหน้า
เป้าหมายของพรรคก้าวไกล ที่วันนี้ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ หน้าใหม่ ทางการเมืองอีกต่อไป หลังจากที่ พรรคอนาคตใหม่ เคยทำสถิติ กวาด 80ที่นั่งในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 มาได้อย่างน่าพอใจ จากนั้นเมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบพรรค พรรคก้าวไกลคือพรรคการเมืองเจนเนอเรชั่นที่สอง รับไม้ต่อ ทั้งตัวบุคคลและอุดมการณ์ จากพรรคอนาคตใหม่ มาเดินหน้าต่อ
หลายพรรคการเมืองยอมรับว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้า อาจประมาท พรรคก้าวไกลไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะได้ส.ส.เข้าสภาฯ มากหรือน้อย แค่ก็ย่อมไม่ใช่พรรคการเมืองที่ไร้กระแส
แต่ล่าสุดดูเหมือนว่า โจทย์ยากของพรรคก้าวไกลกลับกลายเป็นการชูแนวนโยบาย เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญา ในส่วนของมาตรา 112 ที่ไปแตะสถาบันเบื้องสูง การเสนอแก้ไขมาตรา 116 รวมทั้งยังเสนอให้พระภิกษุสงฆ์ ใช้สิทธิเลือกตั้งได้
เมื่อพรรคก้าวไกล ส่งสัญญาณว่าต้องการแตะมาตรา112 จึงทำให้เกิดกระแสต่อต้านตามมาทันที ทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ประกาศชัดเจนว่าสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การเป็นประชาธิปไตย แต่จะคัดค้านทุกรูปแบบสำหรับ ใคร หรือพรรคการเมืองไหนก็ตามที่เสนอแก้ไขมาตรา 112 เพราะเป็นเรื่องที่ไปแตะ ไปพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่มีการเอาด้วยแน่นอน!
สถานการณ์ของพรรคก้าวไกลในการต่อสู้ทางการเมือง ตลอดการร่วมพรรคฝ่ายค้านที่ผ่านมา กับ พรรคเพื่อไทย ใช่ว่าจะราบรื่น แต่กลับเป็นการ อยู่ร่วม ด้วยความ จำใจ มิหนำซ้ำ อย่าลืมว่าพรรคเพื่อไทย ยังสามารถ จับมือกับพรรคการเมืองอื่นๆ ได้เพื่อตั้งรัฐบาลแข่งกับ พรรคพลังประชารัฐ หรือแม้กระทั่งเคยมีข่าวว่า พรรคเพื่อไทยก็พร้อมจะจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ หากได้เป็นรัฐบาลร่วมกัน
แต่สำหรับพรรคก้าวไกล เองอาจต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว หากยังคงชูแก้ไขมาตรา 112 ต่อไปเช่นนี้ เพราะล่าสุด พรรคไทยภักดี ส่งตัวแทนไปร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบการเสนอนโยบายขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ และหากผิดจริง โทษจะถึงขั้น ยุบพรรค ตามมาโดยไม่ทันได้ลงสนามเลือกตั้ง รอบหน้า
ยังไม่นับรวมการที่พรรคก้าวไกล ต้องรับมือกับการรุกจากพรรคไทยภักดีและกลุ่มของ อานนท์ แสนน่าน ประธานหมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชันแห่งประเทศไทย ที่ชูธงประกาศปกป้องสถาบัน อยู่ที่ต่างจังหวัด ซึ่งการเคลื่อนไหวของกลุ่มอานนท์ จับมือกับ เสกสกล อัตถาวงศ์ หัวหน้าพรรคเทิดไท จะยิ่งเข้มข้น เพิ่มระดับแรงต้านพรรคก้าวไกล ปลุกต่อต้านการแก้ไขมาตรา 112 มากขึ้นจากไปเป็นต้นไป