หลากหลายประเด็นทางการเมือง ที่ถูกโยนลงมาเป็น หิน เพื่อ ถามทาง เพื่อตรวจสอบ หยั่งเชิง บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นับตั้งแต่วันทิ่บิ๊กตู่ ยังไม่พ้นบ่วงปม วาระ 8ปี จนถึงวันนี้ ล่วงเลยมากว่าครึ่งเดือน
แต่ดูเหมือนว่า บิ๊กตู่ ยังคงเลือกใช้ ความสงบ เป็นคำตอบ จนทำให้ทั้ง ฝั่งตรงข้าม ทั้ง ซีกฝ่ายค้าน หรือแม้แต่คนในพรรคพลังประชารัฐเองที่ส่งหน่วยหน้า อย่าง วีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ แกนนำพรรค ยังไม่ได้ คำตอบ ว่า บิ๊กตู่ จะตัดสินใจสมัครเข้าเป็น สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ตามที่เขาแนะนำครั้งล่าสุดหรือไม่
ยังไม่นับรวมการที่ พรรคฝ่ายค้าน ออกโรงร่ำๆประกาศจะยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 หลังจากที่รัฐบาลทำหน้าที่เป็น เจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกให้ผ่านพ้นไปก่อน บวกกับกระแสข่าวว่า บิ๊กตู่ อาจอยู่ไม่ครบเทอม การตัดสินใจ ยุบสภาฯ มีขึ้นได้ทุกเมื่อ หลังเดือนพ.ย.เป็นต้นไป
น่าสนใจว่า การที่บิ๊กตู่ ใช้เวลาในห้วง 1 เดือนก่อนหน้านี้ในระหว่างรอลุ้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีฝ่ายค้านยื่นคำร้องให้ชี้ขาดการดำรงตำแหน่งนายกฯ ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ ก็ใช้ความเงียบ สยบ ทุกข่าวลือ และการเคลื่อนไหวของทั้งฝ่ายค้าน
ไปจนถึง กลุ่มการเมือง ภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่เปิดหน้าออกมาสนับสนุน บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ขณะทำหน้าที่ รักษาการนายกฯ ว่ามีความเหมาะสม ที่ขึ้นมาเป็น นายกฯตัวจริง หาก บิ๊กตู่ ไปต่อไม่ได้ !
สถานการณ์ก่อนถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษาเมื่อ 30ก.ย.ที่ผ่านมา กับ ณ เวลานี้ อาจแตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิง เพราะอย่าลืมว่า ทุกการตัดสินใจ ของพล.อ.ประยุทธ์ นั้นยืนอยู่บน ความได้เปรียบ โดยเฉพาะการตัดสินใจที่จะยุบสภาฯ เมื่อใด
หรือการตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ตามเสียงเรียกร้องจากวีระกร ที่คาดว่าเป็นความจงใจ หยั่งเสียง และช่วงชิง กระแสของบิ๊กตู่ ไม่ให้ไหลไปอยู่กับ พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งมีกระแสข่าวมาโดยตลอดว่า บิ๊กตู่ อาจเลือกไปอยู่พรรคนี้มากกว่า
เกมการเมืองหากมองว่า ยืดยาว ก็ใช่ หรือมองว่า สั้น แค่ยิบตา ก็เป็นไปได้ทุกเมื่อ แต่สำหรับพล.อ.ประยุทธ์ แล้วแม้จะยืนอยู่บน ความได้เปรียบ ทั้งในฐานะ หัวหน้าครม. และ เป็นฝ่ายรัฐบาลคุมอำนาจฝ่ายบริหาร คุมกลไกเหนือ ฝ่ายค้าน หรือแม้แต่ พรรคเกิดใหม่ แต่ย่อมไม่ได้หมายความว่า ตัวบิ๊กตู่ เองจะไม่เลือกบริหารจัดการ ความได้เปรียบ ที่มีอยู่ในมือ
ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจ หากจะพบว่า ทุกข่าวลือ ทุกแรงกดดันจากพรรคพลังประชารัฐ หรือ ฝ่ายค้าน บิ๊กตู่ ย่อมเลือกที่จะไม่ส่งสัญญาณใดๆ ทั้งปรับครม. ยุบสภาฯ เลือกไปอยู่พรรคไหน หรือแม้แต่จะใช้วิธีไม่อยู่กับพรรคไหน เพื่อลดความสุ่มเสี่ยง ที่จะทำให้ พรรคพันธมิตรในมือ มีอันต้อง แตกก่อนลงสนาม !