ปฏิทินการเมือง ยังคงผูกติดอยู่กับการเคลื่อนไหวของ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและในฐานะรักษาการนายกฯ เป็นสำคัญ !  

 โดยเฉพาะเมื่อห้วงเวลานี้ ดูเหมือนว่า พล.อ.ประวิตร เองจะเลือกชูภาพการทำงาน การทำหน้าที่ รักษาการนายกฯมากกว่าที่เข้าไปเทน้ำหนักให้กับเรื่องการเมืองไม่ว่าจะมีข่าวลือสะพัดหนาหู โถมเข้ามามากเท่าใดก็ตาม


 กำหนดการของพล.อ.ประวิตร  ตลอดทั้งเดือนก.ย. ในทุกวันจันทร์ของแต่ละสัปดาห์ถูกล็อคเอาไว้ที่การลงพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆ เพื่อติดตามงาน โดยวันนี้ 5 ก.ย. พล.อ.ประวิตร ยกคณะลงไปยังจ.กระบี่ 

 วันที่ 12 ก.ย.ลงพื้นที่จ.ตาก และวันที่ 19 ก.ย.ลงพื้นที่จ.นราธิวาส โดยเป็นเพื่อปฏิบัติภารกิจทั้งในฐานะรองนายกฯ และรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีควบคู่ไปด้วย  ทั้งงานด้านการแก้ปัญหาแรงงาน, ปัญหาเกษตรกรชาวสวนปาล์ม การบริหารจัดการน้ำ การบริหารจัดการที่ดิน, การแก้ปัญหาด้านที่ดินทำกินให้เกษตรกรและคนยากจน การคืนโฉนดอนุญาตทำประโยชน์ ส.ป.ก.4-01

 ดังนั้นหมายความว่าทุกความวุ่นวาย ทุกข่าวลือที่เกี่ยวโยงกับประเด็นทางการเมือง จะถูก ละเอาไว้ เพื่อลดแรงกระเพื่อม ในจังหวะที่ รัฐบาลกำลังตกเป็นรอง โดยเฉพาะในห้วงที่ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สร.1 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคำร้องเรื่องนายกฯ 8ปีออกมา 
 แน่นอนว่า แม้เบื้องหน้าพล.อ.ประวิตร ในฐานะ พี่ใหญ่ จะลุยงานอย่างต่อเนื่อง โชว์ฝีมือในฐานะ รักษาการนายกฯ จนถูกนำไปตั้งข้อสังเกตว่า กำลังเกิดการ แย่งซีน กันเองระหว่าง บิ๊กตู่กับบิ๊กป้อมก็ตามที 

 ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ในจังหวะการเดินไปข้างหน้าในฐานะ รักษาการนายกฯของพล.อ.ประวิตร ด้วยการลงพื้นที่ต่างจังหวัด ตลอดเดือนก.ย.และในทุกสัปดาห์เช่นนี้ ยังแฝงเอาไว้ด้วย  กลยุทธ์ ทางการเมืองนั่นคือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งรัฐบาลว่ายังเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด 

 เช่นเดียวกับการเรียกความมั่นใจให้กับ พรรคพลังประชารัฐ เอง ในจังหวะที่มีความเคลื่อนไหวของทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองในสภาฯหรือนอกสภาฯ ที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ 

 ในฐานะพรรคพลังประชารัฐ ประกาศตัวเป็นแกนนำรัฐบาล ทั้งในวันนี้และวันหน้า แต่เมื่อกำลังตกที่นั่งลำบาก ด้วยได้รับผลกระทบจากเงื่อนปม นายกฯ8ปี  ของพล.อ.ประยุทธ์ จนทำให้ทุกแนบรบที่เคยอาศัย กระแสลุงตู่ เป็นตัวทำคะแนน ต่างสั่นคลอนไปแทบทุกส่วน 

 ด้วยเหตุนี้ การเคลื่อนไหวของบิ๊กป้อมในฐานะรักษาการนายกฯ จึงจำเป็นต้องเชื่อมโยงและตรึงความเชื่อมั่นในทางการเมืองเอาไว้ในคราวเดียวกัน !