การยุติทำหน้าที่ สร.1 ของ บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยออกมา ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.65 ที่ผ่านมา หลายคนอาจมองว่านี่คือช่วงเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้หยุดพัก เว้นวรรคจากการเมือง
แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับกลายเป็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องส่งสัญญาณเพื่อแสดงที่อยู่ที่ยืน อย่างต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นแล้วจะกลายเป็นการ เปิดหน้า ให้กับฝ่ายตรงข้าม เขย่า เปิดทางให้ มรสุมการเมือง โถมเข้าใส่ จนทำให้ รัฐบาล มีอันต้องสั่นคลอน
การออกมาพูดผ่านคลับเฮ้าส์ ของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้ชื่อ โทนี วู๊ดซัม เมื่อค่ำคืนของวันที่ 30 ส.ค.65 ที่ผ่านมา แน่นอนว่า ในฐานะ คู่ปรับ ฝ่ายตรงข้าม ทักษิณ ไม่พลาดที่จะใช้โอกาสนี้ ขยายแผล ฝากข้อความไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ อย่างจงใจ ในหัวข้อ ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วไงต่อ? ระบุว่า
ถ้าผมเป็น พล.อ.ประยุทธ์จะไม่รอให้ศาลตัดสิน ถอยแล้วหล่อกว่า ถ้าเมื่อไหร่ศาลตัดสินแล้วคุณประยุทธ์กลับไปทำงานใหม่ วันนั้นจะเป็นวันที่คุณประยุทธ์จะไม่มีความสุขเลยในชีวิตจากวันนั้นเป็นต้นไป
และ เชื่อผมเถอะ มันไม่มีประโยชน์อะไร อย่าไปยึดติด วัยขนาดนี้ไม่รู้ว่ายมบาลหรือพระเจ้าจะเอาไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดังนั้น อยู่ให้มีความสุข ถือว่าได้ทำงานให้บ้านเมืองมานานพอสมควรแล้ว สำเร็จหรือไม่ถือว่าได้ทุ่มเทแล้ว อย่างนั้นดีกว่า
ทว่าการออกมาเขย่าข้ามชาติ ของอดีตนายกฯทักษิณ อาจไม่ทำให้เกิดผลกระทบทางใดทางหนึ่ง ถึงขั้นที่จะเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่เมื่อ ลูกเข้าทาง ในฐานะคู่ปรับเก่า ก็ต้องเขย่าซ้ำ !
แต่สำหรับปีกรัฐบาลแล้วการใช้วิธี นิ่งเฉย คงไม่สามารถ สยบคลื่นลมลงได้ ดังนั้นนั้นบรรดา แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ไปจนถึงทีมโฆษกรัฐบาล จึงต้องพากันเปิดหน้าออกมาทำหน้าที่ทั้งปกป้อง และตอบโต้ ด้วยทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะการออกมาย้ำถึงความสัมพันธ์ ของ 2ป. ทั้งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการนายกฯ กับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าทั้งคู่ยังรักกันดี
ไม่ว่าจะเป็น รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ย้ำว่า พล.อ.ประวิตรได้กล่าวปรารภเสมอว่า ไม่แย่งเก้าอี้น้อง และยังให้เกียรตินายกรัฐมนตรีอยู่เสมอ ซึ่งในฐานะลูกพรรคก็ได้รับทราบ และตระหนักถึงความสำคัญที่จะต้องปฏิบัติตามเจตจำนงของหัวหน้าพรรค
เช่นเดียวกับ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ออกมาเปิดเผย ถึงการหารือร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ กับ บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่กระทรวงกลาโหม ว่า ให้ช่วยกันดูแลรัฐบาล ประคับประคอง ช่วยพล.อ.ประวิตร ทำงาน ในช่วงที่พล.อ.ประยุทธ์ยังปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้
แน่นอนว่าสถานการณ์เช่นนี้คือจุดอ่อน ที่กำลังพิสูจน์ความเป็นเอกภาพของรัฐบาล และพิสูจน์สัมพันธภาพของ พี่น้อง 3ป. ไปจนกว่าวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัย ออกมาในเร็วๆนี้