ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ของฝ่ายรัฐบาลกำลังตกเป็นรองอย่างชัดเจน เพราะไม่เพียงแต่ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีมติสั่งให้ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ หรือ สร.1 จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยกรณี การดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี เท่านั้น 

 แต่ยังกลายเป็นว่า ล่าสุดศาลฎีกา ยังมีคำสั่งให้ กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ หยุดปฏิบัติหน้าที่ สืบเนื่องจากคดีรุกที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ภายหลังจากที่ศาลฎีกา ได้รับคำร้องเอาไว้พิจารณาแล้ว โดยศาลฎีกา นัดพิจารณาคดีครั้งแรก นัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่  5 ต.ค.นี้

 ขณะที่ นิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เองต้องลุ้นคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะต้องจากสถานะรัฐมนตรีหรือไม่ จากกรณีที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดสมัยเป็นนายกอบจ.สงขลา โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัย ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ 

 เมื่อสถานการณ์ ออกมารูปนี้ จึงไม่แปลกที่ พรรคฝ่ายค้าน จะหยิบฉวยไปใช้เป็น เงื่อนไข  ในการโจมตีรัฐบาล  และขณะเดียวกันยังกลายเป็น ช่อง ที่ทำให้เกิดความระส่ำระสายภายในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง !
 เมื่อกนกวรรณ ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จึงเกิดแรงกระเพื่อมขึ้นที่ พรรคภูมิใจไทย 

 เช่นเดียวกับการที่นิพนธ์ ที่รอลุ้นว่าจะอยู่หรือไป ในเก้าอี้ มท.2  ภายในพรรคประชาธิปัตย์  พรรคต้นสังกัดเองอาจต้อง ขยับ  

 อย่างไรก็ดี หากนับจากนี้ ถ้าไม่มี อุบัติเหตุ ทางการเมืองใดๆเกิดขึ้น รัฐบาลอยู่ครบเทอมไปจนถึง เดือนมี.ค.ปีหน้า 2566 จะมีเวลาอีกราว 6-7เดือนใช่ว่าจะไม่มีความหมาย สำหรับบางพรรค บางกลุ่มที่คาดหวังว่า จะมีการขยับ ปรับเปลี่ยน ตัวเล่น ซึ่งจะทำให้มีรัฐมนตรีคนใหม่ ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่ในช่วง โค้งสุดท้าย ซึ่งย่อมเป็นไปได้ทั้งการตระเตรียมความพร้อม ทั้ง กระแส -กระสุน ก่อนวันเลือกตั้งมาถึง

 แต่ในอีกด้านหนึ่ง ต้องยอมรับว่าหาก อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมให้ไฟเขียว เปิดทางให้มีการปรับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีจริง หากที่สุดแล้ว รัฐมนตรีในโควต้าของพรรค ไม่ได้ไปต่อ  

 หมายความว่า ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ต้องประเมินแล้วว่า คุ้ม กับการเผชิญหน้ากับความวุ่นวาย ความปั่นป่วนภายในพรรคที่จะมีขึ้นตามมา 

 เช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ  เองที่ยังมีโควตารัฐมนตรีอีก 2 เก้าอี้ ที่ยังไม่มีปรับเปลี่ยนมาตั้งแต่ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จะหยุดปฏิบัติหน้าที่ และเมื่อใดที่ มีสัญญาณ ปรับครม. แม้พรรคพลังประชารัฐ วันนี้จะมี บิ๊กป้อมพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นั่ง รักษาการนายกฯ  อยู่ก็ตาม ใช่ว่าจะไม่มีคลื่นใต้น้ำตามมา

  เว้นแต่ว่า 3ป. ย่อมประเมินแล้วว่า การปรับครม.ครั้งสุดท้ายก่อนเตรียมตัวลุยเลือกตั้งครั้งหน้า นั้นจะต้อง ได้ มากกว่า เสีย เท่านั้น จึงถือเป็น ทางเลือก ที่ควรตัดสินใจ !