บรรยากาศที่พรรคพลังประชารัฐ แม้ฉากหน้าจะเต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค เดินสายลงพื้นที่ ลุยตรวจราชการ และสภาพน้ำท่วมในหลายจังหวัด คล้ายกับว่านี่คือสัญญาณที่พร้อมลงสนามเลือกตั้งทุกเมื่อ !
แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับพบว่า ภายในพรรคเกิดแรงกระเพื่อมเกิดความหวั่นไหว ระลอกแล้วระลอกเล่า เมื่อมีข่าว ดีลลับ การจับมือกันระหว่าง พรรคพลังประชารัฐ กับ พรรคเพื่อไทย เปิดปฏิบัติการ คว่ำหาร 500 ทำสภาฯล่มซ้ำไปวนมา เพื่อแลกกับการให้พรรคเพื่อไทย โหวตสนับสนุน พล.อ.ประวิตร ขึ้นเป็น นายกรัฐมนตรี
ไม่ว่าเรื่องนี้จะจริงหรือไม่ ก็ตาม แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ แรงกระแทก ที่พุ่งเข้าใส่ พรรคพลังประชารัฐและ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร อย่างหนักหน่วง ทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์
จากนักการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง ไปจนถึง แนวร่วม นอกสภาฯ ที่ไม่อาจยอมรับดีลลับ ที่ผุดเป็นกระแสดังกล่าวได้
ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐกำลังกลายเป็น จุดอ่อน ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้ง ที่ต้องการทั้งส.ส.เขตและส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐ มากกว่า พรรคเพื่อไทย อย่างเห็นได้ชัด
และเมื่อล่าสุดเมื่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา ทั้งพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ และส.ว.บางส่วนร่วมกัน คว่ำสูตรหาร 500 ทำให้เวลานี้สูตรการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จึงหวนกลับมาที่สูตร หาร 100 กลายเป็นการ เข้าทาง พรรคเพื่อไทย มากกว่า แต่กลับกลายเป็น ช่องโหว่ แก่พรรคพลังประชารัฐ แทน
การลาออกของ วทันยา บุนนาค จากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และการเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อวันที่ 16 ส.ค.65 ที่ผ่านมา นอกเหนือไปจาก ความขัดแย้ง ที่คุกรุ่นกันมา
ภายในกลุ่มดาวฤกษ์ ในพรรคพลังประชารัฐกันเองแล้ว อีกด้านหนึ่งยังมาจากการที่วทันยา อาจไม่มีที่ให้ลงส.ส.แล้วมีโอกาสได้กลับเข้าสภาฯ ในรอบหน้า
โดยเฉพาะการนั่งเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีใครการันตีได้ว่าลำดับที่จะได้นั้นจะอยู่ในโซนที่ได้รับเลือกหรือไม่ ดังนั้นนี่จึงอาจเป็นส่วนหนึ่งจากผลกระทบ หาร 100 ที่จะเกิดขึ้นตามมาอีกหลายราย โดยที่ยังไม่นับรอยร้าวลึกระหว่าง ส.ส.ขั้ว บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ ขั้วของพล.อ.ประวิตร ที่รอประดาบกันอีกยก !