สนามเลือกตั้งส.ส.ในพื้นที่กทม. รอบหน้าจะมีที่นั่งเพิ่มขึ้นจากเดิม 30 ที่นั่ง เป็น 33 ที่นั่ง หมายความว่าที่นั่งที่เพิ่มขึ้น และบวกของเดิมที่มีอยู่ ย่อมกลายเป็น โอกาส สำหรับ ทุกพรรค ที่หมายตา สนามเลือกตั้งกทม. เป็นเป้าหมาย
แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยแล้วต้องถือว่า นี่อาจเป็นห้วงจังหวะที่ ลงตัว เหมาะสมมากพอที่จะ ต่อยอด ความสำเร็จ จากการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม. จากปรากฎการณ์ ชัชชาติแลนด์สไลด์
เมื่อ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และชัชชาติ ยังเคยเป็น แคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีของพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 คะแนนเสียงที่คนกรุงเทพฯ เลือก ชัชชาติ ให้เข้ามานั่งเป็นผู้ว่าฯกทม. คนที่ 17 ไม่เพียงแต่จะชนะขาดลอยเท่านั้น แต่ยังทำลายสถิติการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่ผ่านมาทั้งหมด โดยได้รับเสียงทั้งสิ้น 1.3 ล้านคะแนน
ประกอบกับในการเลือกตั้ง สนามเล็ก อย่าง สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. ในวันเดียวกับที่เลือกผู้ว่าฯกทม. 22 พ.ค.65 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทย ยังได้ส.ก.มากที่สุด 20 ที่นั่ง เป็นอันดับ 1 ขณะที่ผู้สมัครจากพรรครัฐบาลคือ พรรคพลังประชารัฐ ทำได้เพียง 2 ที่นั่งเท่านั้น ยิ่งทำให้พรรคเพื่อไทย เชื่อได้ว่า สังคมให้การตอบรับพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย หรือขั้วการเมืองที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับ รัฐบาล
ล่าสุดพรรคเพื่อไทย เปิดตัว ว่าที่ผู้สมัครส.ส. ในกทม. 21 คน ส่วนที่ยังไม่ประกาศ โดยพรรคให้เหตุผลว่าต้องรอความชัดเจนจากการประกาศเขตเลือกตั้งจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว พรรคเพื่อไทย ใช้โอกาสนี้ เคลียร์คัท ทุกปัญหาที่เกิดสั่งสมกันมาก่อนหน้านี้
โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่วันที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยังนั่งเป็นแม่ทัพกทม. ที่พรรคเพื่อไทย ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกทางแยกตัวออกไปตั้งพรรคไทยสร้างไทย ในวันนี้ แต่กลับพบว่าส.ส. และแกนนำที่มีความใกล้ชิดกับ คุณหญิงสุดารัตน์ ยังอยู่ที่พรรคเพื่อไทย อย่างในรายของ เก่ง การุณ โหสกุล ส.ส.ดอนเมือง ที่ไม่มีชื่อเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. ของพรรค
มิหนำซ้ำล่าสุดพรรคเพื่อไทย ยังออกมาชี้แจง ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะมีหลักฐานประจักษ์ชัดว่า เก่ง การุณ ไม่เข้าร่วมประชุมกับพรรค แต่ไปทำกิจกรรมร่วมกับพรรคอื่น ซึ่งน่าจะหมายความถึงการร่วมกิจกรรมกับพรรคไทยสร้างไทยอย่างชัดเจน และมีรายงานว่านอกจากในรายของเก่ง การุณ แล้ว จากนี้ไปจะยังมีแกนนำในพรรคเพื่อไทย ที่มีความสนิทสนมกับคุณหญิงสุดารัตน์ จะต้อง ตัดสินใจ เลือกทาง ว่าจะอยู่กับพรรคเพื่อไทย หรือออกจากพรรคแล้วไปสมทบ กันที่พรรคไทยสร้างไทย
อย่างไรก็ดี การประเมินถึง ความได้เปรียบของพรรคเพื่อไทยในสนามกทม. โดยหวังต่อยอดจากปรากฎการณ์ ชัชชาติแลนด์สไลด์ มาถึงวันนี้ที่ กระแส ชัชชาติฟีเวอร์ ยังแรงไปทุกหัวระแหงในกทม.
พรรคเพื่อไทยเอง อาจหลงไปว่า แท้จริงแล้ว คะแนนเสียง ที่ชัชชาติได้รับ 1.3 ล้านคะแนนนั้นเป็นเพราะการประกาศตัว อิสระ ไม่สังกัดพรรคเพื่อไทย เพราะรู้ดีว่า จะกลายเป็น จุดอ่อน ทันที และจะทำให้ชัชชาติ เดินมาไม่ถึงชัยชนะครั้งนี้ ดังนั้นหมายความว่า แท้จริงแล้วในการต่อสู้ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยในสนามกทม. อาจเป็นการต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว และยากที่จะหวังพึ่งพา กระแสของชัชชาติ ด้วยซ้ำ !