ปรากฏการณ์ที่มีการที่มีการวางขายกัญชาข้างถนน ในถนนข้าวสาร นำไปสู่ประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเหมาะสม กระนั้น เรื่องนี้ ทั้งกรุงเทพมหานคร ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ต้องเข้าใจและตีประเด็นให้แตกว่า สิ่งที่ควรทำคือการควบคุมไม่ให้ขายให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี  กลุ่มเปราะบางหรือกลุ่ม 608 คือกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าบุคคลทั่วไป อาทิ หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ทุพพลภาพ ผู้พิการ ผู้ป่วยจิตเวช ผู้ป่วยเด็ก ผู้ป่วยสมองเสื่อม ผู้ป่วยติดเตียง ไม่ใช่เรื่องของกฎหมายหาบเร่แผงลอย หรือการจัดระเบียบ    

อย่างไรก็ตาม หากมาดูแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข  นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่แนะนำให้มีการใช้เพื่อสันทนาการ แต่ยอมรับว่าหากมีการใช้สามารถแจ้งเป็นเป็นเหตุรำคาญเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล เอาผิดได้ ซึ่งจะมี 2 ลักษณะคือ 1. แจ้งโดยผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุรำคาญ ไม่ว่าจะเพื่อนบ้าน คนเจอในที่สาธารณะ แจ้งที่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆ กรณีสูบที่สาธารณะถือว่าผิดแน่ เหมือนบุหรี่ แต่หากสูบในบ้านควันลอยออกมานอกบ้าน แล้วสร้างความรำคาญ สร้างผลกระทบก็ผิดเหมือนกัน 2. กรณีมีเจ้าหน้าที่เจอโดยตรงก็สามารถตักเตือนได้เลย

ทั้งนี้ กรณีแรกเมื่อรับแจ้งแล้วจะรวบรวมข้อมูล และลงพื้นที่อาจจะโทรฯแจ้งก่อน หรือลงพื้นที่เลย เพื่อตักเตือนให้ยุติการกระทำหากยังละเมิดก็ดำเนินการตามกฎหมาย โดยส่งเรื่องให้ผู้เกี่ยวข้องในการลงโทษเปรียบเทียบปรับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจในการออกบทลงโทษอยู่แล้ว ทั้งนี้ตามข้อกฎหมายมีทั้งปรับสูงสุด ไม่เกิน 2.5 หมื่นบาท จำคุกสูงสุด 3 เดือน

“การสูบจะทำให้ได้รับสาร THC เข้าร่างกายไปเต็ม ๆ มากกว่า 80-90% ทำให้เกิดการเสพติด ส่งผลกระทบต่อคนสูบที่อายุไม่เหมาะสม เช่น เด็กน้อย 20 ปี สตรีมีครรภ์ สตรีนมบุตร คนมีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคจิตเวช คนกินยารักษาโรคประจำตัว และควันมือสองก็อันตรายมาก เพราะกัญชาบางชนิด ชนิดพันลำ สูบพ่นควันออกมาแล้ว ควันก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ก่อ PM 2.5 มากกว่าปกติ เทียบกับการเผาไหม้ปกติ” นพ.เอกชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ระบุกฎหมายจะเสร็จประมาณปลายเดือน กรกฎาคม หรือต้นเดือนสิงหาคมคงผ่านขั้นตอนสภาผู้แทนราษฎร

ดังนั้น ก่อนจะผ่านไปถึงชั้นส.ว.คงต้องมีการกำหนดเนื้อหาและมาตรการในป้องกันไม่ให้เกิดการเสพติดอย่างครอบคลุมทุกมิติ เพราะผลดีของกัญชาเสรียังมีอีกมากมายมหาศาล และเป็นความหวังของคนที่เป็นโรคร้ายโรคเรื้อรัง ทั้งมะเร็งระยะสุดท้าย นอนไม่หลับและสะเก็ดเงิน