น้ำเสียงของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือแบบทวิภาคีกับ นายวันนะ หม่อง ลวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเมียนมา ระหว่างร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ที่ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า ได้มีการพูดคุยกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเครื่องบินของเมียนมาที่บินรุกล้ำน่านฟ้าไทย ซึ่งฝ่ายเมียนมาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และไม่ได้เกิดขึ้นโดยเจตนาถือเป็นอุบัติเหตุ โดยฝ่ายเมียนมาแจ้งว่าจะทำหนังสือมาถึงฝ่ายไทย โดยยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
โดยนายดอน กล่าวว่า เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อหลาย 10 ปีก่อน ซึ่งในตอนนั้นฝ่ายไทยได้แจ้งต่อเขาไป เขาก็ดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก
กระนั้น ดูเหมือนว่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์จะไม่จบ โดยฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยยังคงนำประเด็นดังกล่าวโจมตีรัฐบาลที่ถูกลดทอนความเชื่อมั่น โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่สำคัญคือผลกระทบที่เกิดกับชาวบ้านที่มีบ้านเรือนฝั่งไทยได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกันก็มีความพยายามเรียกร้องคามสนใจจากชาติตะวันตก ด้วยการนำเสนอชุดข้อมูลที่ล่อแหลมและหมื่นเหม่ และตกเป็นเหยื่อการทำสงครามข้อมูลข่าวสาร เช่นสำนักข่าวบางแห่งของเมียนมา นำภาพไฟไหม้ศูนย์อพยพ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2556 เป็นไปเป็นรูปอ้างว่าทหารเมียนมาโจมตีชนกลุ่มน้อย
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาสถานการณ์ในเมียนมาที่เกิดความไม่สงบมาอย่างต่อเนื่องนับแต่รัฐประหาร และท่าทีทางการทูตของไทย ไม่มีเหตุใดอันใดเลยที่เมียนมาจะเป็นปฏิปักษ์กับไทย ขณะที่ปัญหาชนกลุ่มน้อยแม้ไม่ใช่เรื่องใหม่ สำหรับผู้เกี่ยวข้องที่ดูแลชายแดนไทยต่างตระหนักดี แต่การวิพากษ์วิจารณ์โดยปราศจากข้อมูลหรือแอบแฝงด้วยเจตนาอื่น จำเป็นต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง
ด้วยผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบบริเวณชายแดนนั้น ทราบดีว่าฐานปฏิบัติการของชนกลุ่มน้อยมักอยู่ติดกับชายแดนไทยเพื่อขอรับการสนับสนุนในทุกด้าน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ในสงคราม เมื่อรัฐบาลเมียนมาจะทำการโจมตีจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก นี่คือหลักการ
กระนั้น เราคาดหวังว่า รัฐบาลไทยจะต้องประสานงานกับรัฐบาลเมียนมา และชนกลุ่มน้อย อย่างระมัดระวัง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จะได้ไม่มีปัญหา ขณะเดียวกันการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความเสียหายที่เกิดขึ้นต้องรวดเร็ว เข้าถึง และหามาตรการรับมือดูแลพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนให้ปลอดภัย
ที่สำคัญฝ่ายต่างๆต้องระมัดระวังการแสดงความเห็นเกี่ยวกับความมั่นคง ที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน