ก้าวเข้าสู่เดือนกรกฎาคม ที่มีวันหยุดยาวเยอะเดือนหนึ่ง คือวันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2565 วันอาสาฬหบูชา วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม 2565 วันเข้าพรรษา วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2565 (วันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษประจำปี 2565) วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม 2565 วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และวันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม 2565 (วันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษประจำปี 2565)
สอดรับกับบรรยากาศที่โควิดเข้าสู่โรคประจำถิ่น นับจากนี้ในแง่มุมของปากท้องต้องสู้ ก็จะได้ทำมาหากินกันกัน โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่พึ่งพาและยึดโยงกับการท่องเที่ยว เมื่อประชาชนเรียนรู้ที่จะป้องกันตนเองและมีวัคซีนเต็มแขน ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน แต่กระนั้นช่วงเดือนกรกฎาคม ก็ถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง
แต่แม้ตัวเลขโควิดที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่น่าวางใจ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ว่า การครองเตียงผู้ป่วยโควิด-19 ที่ โรงพยาบาลศิริราช เพิ่มขึ้นชัดเจน สาเหตุเป็นเพราะโรคประจำตัวที่มีอยู่ส่งผลให้อาการแย่ลงจึงต้องเข้าโรงพยาบาล ส่วนข้อมูลผู้ป่วยอาการรุนแรงยังไม่เพิ่มขึ้น แต่ก็เตรียมรับมือไว้ ส่วนสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.4 และ BA.5 ซึ่งพบข้อมูลมาหลายเดือนแล้ว โดยเฉพาะประเทศทางยุโรปที่พบอัตราติดเชื้อกลับมาสูงขึ้นเป็นหมื่นรายต่อวัน และเริ่มทดแทน BA.2 เนื่องจากแบ่งตัวเร็วกว่า แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ารุนแรงมากกว่า การแพร่ระบาดเร็วขึ้นมองได้ 2 แง่ คือ 1.ตำแหน่งกลายพันธุ์ และ 2.คนเริ่มผ่อนคลายมาตรการหน้ากากอนามัย จึงมีโอกาสแพร่กระจายมากขึ้น รวมถึงกิจกรรมสังคมที่มากขึ้นด้วย หลายประเทศไม่ได้ตรวจหาเชื้อกันแล้ว ที่เห็นผลตรวจเป็นหมื่นรายแสดงว่ายอดจริงต้องมากกว่านั้น อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราไม่เห็นความรุนแรงชัดเจนคือวัคซีน หากฉีดมากกว่า 3-4 เข็มขึ้นไป จะช่วยลดความรุนแรงได้ สำหรับไทยที่เปิดประเทศมีผู้เดินทางเข้าเป็นหมื่นคน การตรวจเจอก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้และมีแนวโน้มกระจายไปได้มากขึ้นด้วย
ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวต่ออีกว่า สิ่งที่ต้องย้ำคือวัคซีน เพราะข้อมูลการศึกษาของ BA.4 และ BA.5 มีแนวโน้มว่าอาจจะเกาะเซลล์ปอดได้มากกว่า BA.2 สำหรับตนแนะนำให้ฉีด 4 เข็มในกลุ่มคนทั่วไป และ บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าก็ฉีดเข็ม 5 ได้เลย ซึ่งหลายคนได้รับแล้ว นอกจากนี้คนไทยต้องกระชับตัวเอง เพราะเราบังคับนักท่องเที่ยวได้ยาก จึงต้องป้องกันตนเองด้วยมาตรการเดิม สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และล้างมือ เพราะเรายังมีเด็กต่ำกว่า 5 ขวบที่ยังไม่ได้รับวัคซีน
แต่ที่น่าจะใจชื้นขึ้นมา ศ.นพ.ประสิทธิ์ มองว่า โอกาสที่โควิดสายพันธุ์ BA.4 BA.5 จะกลับมาระบาดมากแบบระลอกเดลตาไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะคนฉีดวัคซีนกันมาก ระวังตัวมากขึ้น ขอเน้นย้ำว่าเรายังคงต้องป้องกันตัวเองให้มากขึ้น หากพบว่าเริ่มมีสัญญาณรุนแรงมากขึ้น เราก็เตรียมกลับมายกการ์ด