หลายประเทศยกระดับเตือนภัย “โรคฝีดาษลิง” หลังพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 1,019 ราย ในพื้นที่อย่างน้อย 29 ประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาเหนือ ได้แก่ สหราชอาณาจักร สเปน โปรตุเกส แคนาดา และสหรัฐอเมริกา
สำหรับประเทศไทย ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติกำหนดให้ โรคฝีดาษวานร หรือ ฝีดาษลิง เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังระดับที่ 56 และกำหนดชื่อและอาการสำคัญ คือ มีอาการไข้ ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองบวมโต ผื่น มีตุ่มบริเวณผิวหนัง ลักษณะเป็นตุ่ม หรือตุ่มหนอง หรือตุ่มแผล อาจเกิดศีรษะ ลำตัว อวัยวะเพศ หรือรอบทวารหนัก บางตุ่มเกิดฝ่ามือฝ่าเท้าได้
และได้หารือกับหลายประเทศเกี่ยวกับการเตรียมการวัคซีน ภายใต้เงื่อนไข
1. มีประสิทธิภาพหรือไม่กับฝีดาษวานร
2. มีผลข้างเคียงขนาดไหน เป็นที่ยอมรับหรือไม่
3. ต้องพิจารณาสถานการณ์ระบาด
4. ความสามารถในการจัดหา
ทั้งนี้ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ได้ประสานงานกับCDC สหรัฐเพื่อติดตามข้อมูลและจะแจ้งเราเป็นระยะ ซึ่งในหลักการเราแจ้งว่าเราสนใจ อันนี้จะต่างจากโควิด เพราะโควิดช่วงแรกความรุนแรงสูง แต่ฝีดาษวานร การติดเชื้อค่อนข้างช้ากว่า ความจำเป็นในการให้วัคซีนคนทั่วไปอาจไม่จำเป็น แต่อาจให้คนเฉพาะกลุ่ม ซึ่งก็ต้องประสิทธิภาพก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมาใช้ได้ จึงต้องมีการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ เราคาดหวังว่า “โรคฝีดาษลิง” จะไม่รุนแรงเท่าโควิด และจะไม่มีพิษทำลายเศรษฐกิจ และจำกัดการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ที่ไทยเพิ่งจะได้เปิดประเทศ