ย้ำเตือนกันอีกครั้ง สำหรับวิกฤติด้านอาหาร หลังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ออกมาเตือนว่า ผลกระทบจากสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก แนะให้นานาชาติควรลดอุปสรรคทางการค้าเพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนและลดราคาสินค้า หลังจากที่กว่า 30 ประเทศออกมาตรการจำกัดการค้าในภาคอาหาร พลังงาน และสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญอื่น ๆ

 

เรื่องนี้ ในมุมของภาคเอกชน นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มองว่า  วิกฤติอาหารโลกรุนแรงขึ้นจนหลายประเทศระงับการส่งออกอาหาร ขณะที่ไทยอาจได้ประโยชน์จากการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งสงครามยูเครนและรัสเซีย ที่ยืดเยื้อทำให้ผลผลิตเกษตรโลกลดลง และหลายประเทศเริ่มเผชิญการขาดแคลนอาหาร และทำให้ 20 ประเทศใช้มาตรการห้ามส่งออก อาหาร โดยเฉพาะกลุ่มข้าวสาลี น้ำตาล และน้ำมันพืช
         

สำหรับไทยคาดว่าโอกาสที่จะเกิดปัญหาขาดแคลนอาหารมีน้อย เพราะความต้องการบริโภคอาหารน้อยกว่าผลผลิตในประเทศ อีกทั้งปี 2565 มีปริมาณสินค้าคงคลังสำหรับสินค้าอาหารสำคัญเทียบกับความต้องการ ในประเทศระดับสูงกว่าหรือใกล้เคียงอดีต ดังนั้นการที่หลายประเทศตัดสินใจระงับ ส่งออกจะเป็นโอกาสของสินค้าไทย

 

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ ได้ติดตามเรื่องนี้โดยตลอด โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการชี้แจงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ตอหนึ่ง ระบุว่า มองเห็นว่าเป็นโอกาสในการส่งออกอาหารไปทั่วโลก ต้องดูด้วยว่าถ้าส่งออกเพลินสต๊อกอาหารของไทยไม่พอใช้ เกิดวิกฤติขึ้นมาจะแก้ปัญหาอย่างไร ต้องดูทั้งสต๊อกอาหารในประเทศต้องเพียงพอก่อน ถ้าเหลือจึงส่งออก ขณะที่ปาล์มตอนนี้ส่งออกเยอะมาก แต่ถ้าส่งออกมากจะขาดแคลนจึงตั้งอนุกรรมการ 5 ฝ่าย ติดตามให้สต๊อกน้ำมันปาล์มบริโภคสำหรับคนไทยถ้าเหลือจึงส่งออก แบบวิน-วินโมเดล

 

เรื่องข้าว รัฐบาลก็มีแผนยุทธศาสตร์ข้าว บังคับใช้แล้วตั้งแต่ปี 2563-2567 ประเด็นสำคัญเรามีจุดอ่อนเรื่องความไม่หลากหลายของพันธุ์ข้าว 5 ปีนี้ ต้องเพิ่มพันธุ์ข้าวให้ได้อย่างน้อย 12 สายพันธุ์ แต่ไม่ถึง 5 ปี ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย จัดประกวดเมล็ดพันธุ์ข้าว ได้ 6 สายพันธุ์แล้ว และไทยส่งเมล็ดพันธุ์ที่มีทั้งกลิ่นและรสชาติ สีสันคุณประโยชน์แข่งในเวทีโลกจัดประกวดข้าวโลก 13 ครั้ง ประเทศไทยได้แชมป์โลก 7 ครั้งและในรัฐบาลนี้ได้ 2 ปีซ้อน

 

สุดท้ายเรื่อง Soft Power ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับ Soft Power ตนกำหนดเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ ตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ซึ่งมี Soft Power อยู่ในนั้นด้วย กระทรวงวัฒนธรรมทำหน้าที่อนุรักษ์สืบสาน Soft Power กระทรวงพาณิชย์ตนสั่งเป็นนโยบายตั้งแต่ปลายปีที่แล้วให้กรมส่งเสริมการการค้าระหว่างประเทศ ทำแผนส่งออก Soft Powerต่อไปต้องส่งออก Soft Power มีการกำหนดแผนส่งออก 4 สินค้าหลัก 1.อาหารกับร้านอาหารไทยในต่างประเทศ 2.สุขภาพความงาม 3.สินค้าที่มีลักษณะสร้างสรรค์อัตลักษณ์ไทย 4.ดิจิทัลคอนเทนท์ ภาพยนตร์ ละคร เกมส์ อนิเมชั่นใส่ความเป็นไทย

 

อย่างไรก็ตาม เราเห็นว่านอกจากการบริหารจัดการการส่งออกและการบริโภคในประเทศแล้ว  สิ่งที่สำคัญคือการจัดการกับปัญหาความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ระบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรและการบริโภคที่เพียงพออย่างยั่งยืน ทั้งน้ำแล้งและน้ำท่วม และปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่ออาหาร แม้กระทั่งการวางผังเมืองที่ไม่ให้แหล่งอุตสาหหรรมส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทำการเกษตรที่ต้องวางกันอย่างเป็นระบบทั้งประเทศ