แม้จะเปิดประเทศแล้ว และไฟเขียวให้สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ได้กลับมาเปิดบริการแล้ว แต่ในสายตาของภาคเอกชน ยังคงห่วงว่าเศรษฐกิจโลกจะฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่า ที่ประชุม กกร. คงประมาณการเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 65 ขยายตัวในกรอบเดิม 2.5 - 4.0% ส่งออกขยายตัว 3.0 - 5.0% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปขยายตัวในกรอบ 3.5 - 5.5% แม้เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอลง รวมทั้ง ต้นทุนและเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น แต่การท่องเที่ยวและการส่งออกที่ยังขยายตัวจะเป็นแรงส่งเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี
       

สำหรับภาพรวมการส่งออกเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาตัวเลขการส่งออกยังเติบโตได้อยู่ในระดับ 9.9% ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ Supply ยังสามารถไปได้ แต่ยังประสบภาวะราคาค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาพลังงานที่ยังมีแนวโน้มสูงขึ้น
         

ขณะที่การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่สนับสนุนเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี แม้อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นจะฉุดรั้งกำลังซื้อและการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ แต่เศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีจะได้รับแรงส่งจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีขึ้น การเปิดประเทศเมื่อ 1 พ.ค. ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นชัดเจน ซึ่งคาดว่าเป้าหมายนักท่องเที่ยวปีนี้ที่ตั้งไว้ 6-8 ล้านคน น่าจะเป็นไปได้

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในประเทศมีสัญญาณที่ดี โดยขณะนี้ฟื้นตัวได้แล้วถึงระดับ 80% ของจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 62 ดีกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 70% และในระยะข้างหน้ายังได้อานิสงส์จากการขยายสิทธิโครงการเราเที่ยวด้วยกันเพิ่มเติม

ขณะที่ภาครัฐ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงการจะจัดเก็บรายได้ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ว่า  ที่ผ่านมามีการจัดเก็บรายได้สูงกว่าเป้าคือปี 2559 2561 2562 ส่วนปี2557 2560 2563 และ2564 จัดเก็บรายได้ต่ำกว่าประมาณการ เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี การจัดเก็บรายได้จึงไม่เป็นตามเป้า โดยปี2563-2564 การจัดเก็บรายได้ลดลง เพราะเผชิญสถานการณ์ไวรัสโควิด ทำให้ต้องปิดประเทศ ต้องกู้เงินเพื่อชดเชยขาดดุล ส่วนปี2565 การจัดเก็บรายได้ภาครัฐ เดือนตุลาคม 2564-เมษายน 2565 จัดเก็บรายได้สุทธิ 1.27 ล้านล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 40,000กว่าล้าน คาดว่าสิ้นปี 2565 จะจัดเก็บรายได้ตามประมาณการ หรืออาจสูงกว่าก็ได้ เนื่องจากอยู่ในภาวะราคาอาหารทั่วโลกสูงขึ้น และวิกฤตยูเครน -รัสเซีย อาจทำให้เศรษฐกิจไม่โตอย่างที่คาดไว้ แต่การส่งออกก็ยังขยายตัวได้ตามที่คาดไว้ ส่วนปี2566 เมื่อเปิดประเทศ จะรับรายได้จากนักท่องเที่ยว ทำให้มีฐานภาษีและรายได้จากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น คาดว่า 2.49 ล้านล้านบาท จะจัดเก็บได้ตามเป้าหมาย

กระนั้น คาดหวังว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะกลับมาเติมเต็มคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ในยามที่ต้องกัดฟันฟื้นฟูเศรษฐกิจไปรอด