ถือเป็นสัญญาณดี หลังจากที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือ สศช. แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ไตรมาส 1 ปี 2565 ว่าขยายตัว 2.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และปรับตัวเพิ่มขึ้น .1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยการขยายตัวของจีดีพีในไตรมาสที่ผ่านมา มาจากภาคเกษตรขยายตัว 4.1% และนอกภาคเกษตรขยายตัว2% โดยภาคการส่งออกยังขยายตัวได้ดีถึง 12% ส่วนการนำเข้าขยายตัวได้ 6.7% การอุปโภคบริโภคของภาครัฐขยายตัวได้ 4.6% การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ 3.9% ส่วนภาคโรงแรมและภัตาคารขยายตัวได้มากถึง 29.1% ตามการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวขึ้น โดยในไตรมาสที่ 1 ของปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยมากถึง 5 แสนคน มากกว่าปีที่แล้วทั้งปีจากมาตรการการผ่อนคลายที่เพิ่มขึ้น และสถานการณ์โควิดที่คลี่คลายยลง ที่น่าสนใจก็คือ สศช.ขอให้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศก่อนและขอให้เที่ยวต่างประเทศเท่าที่จำเป็น เพราะแม้ขณะนี้อัตราการเข้าพักในไทยถึง 40% แต่ควรที่จะเพิ่มมากขึ้นซึ่งคนไทยต้องช่วยกันท่องเที่ยวให้มากขึ้นเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ ทั้งนี้ รายงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พบว่าในช่วงวันหยุดยาว 4 วัน ระหว่างวันที่ 13-16 พฤษภาคม 2565 มีการเดินทางท่องเที่ยวอย่างคึกคัก โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯ อาทิ ชลบุรี ระยอง นครราชสีมา เนื่องจากใช้เวลาเดินทางไม่นาน แม้จะไม่ได้มีการประเมินรายได้ แต่คาดว่าการท่องเที่ยวกำลังกลับมาคึกคักกว่าปีก่อนอย่างแน่นอน โดยในส่วนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เตรียมสนอรายละเอียดโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ส่วนต่อขยาย เฟส 4 จำนวน 1 ล้านสิทธิ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาไม่เกินวันที่ 24พฤษภาคม นี้ ขณะที่ปีส่งเสริมท่องเที่ยวไทย 2565 ยังคงเป้าหมายฟื้นรายได้รวมจากการท่องเที่ยวที่ 50% ของรายได้รวมฯเมื่อปี 2562 ดังนั้น จะเห็นได้ว่า การท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ให้พลิกฟื้นขึ้นมาหลังจากสาหัสบักโกรกกันมากว่า 3 ปี ฉะนั้น แม้จะเห็นบรรดาคนดัง ขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวต่างประเทศกันคึกคัก แต่เราๆ ท่านๆ หากมีกำลัง อยากท่องเที่ยวพักผ่อน ขอเชิญชวนให้ออกไปเที่ยวเมืองไทยกันก่อน เพราะไม่ใช่แค่ได้เที่ยว ที่ได้รับพลังงานบวกกลับมาใช้ชีวิต แต่ยังช่วยต่อลมหายใจภาคธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งกระจายรายได้ให้ชุมชน และเติมพลังใจให้อีกหลายคนกลับมาสู้ชีวิต