สนามเลือกตั้งเมืองพัทยา ใช่ว่าจะสงบราบเรียบ ไร้สีสัน ด้อยไปกว่า สนามกทม. ที่ทั้งจะมีการเลือกตั้ง พร้อมทั้งสองสนาม ของการเมืองระดับท้องถิ่น พร้อมกันในวันที่ 22 พ.ค.65 หากประเมินว่า สนามเลือกตั้งกทม. จะไปเชื่อมโยงกับการวางยุทธศาสตร์เพื่อรองรับการเลือกตั้งในสนามใหญ่ เมื่อการเลือกตั้งส.ส.มาถึงในปีหน้า 2566 หากรัฐบาล บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อยู่จนครบเทอม สำหรับทุกพรรคการเมือง ที่พร้อมจะเข้าไปช่วงชิงเก้าอี้ส.ส.กทม. แล้ว
ต้องถือว่า สนามเลือกตั้งเมืองพัทยาแม้จะเป็นเพียงการฟาดฟันกันในจุดเดียว แต่อย่าลืมว่าวันนี้ การเมืองในจังหวัดชลบุรี มี กลุ่มการเมืองทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ พากันเปิดหน้าเข้าไปชิงอำนาจจาก ตระกูลคุณปลื้ม ซึ่งถือเป็น บ้านใหญ่เมืองชล ที่บริหารเมืองพัทยา มานานถึง 20 ปี
โดยเฉพาะเปิดหน้า ของ คณะก้าวหน้า ที่นำโดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ยกพล ลงไปช่วยหาเสียงให้กับ กิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย หมายเลข 3 สังกัดคณะก้าวหน้า ภายใต้ความมั่นใจว่าการเมืองพัทยา ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลง !
นอกจากนี้ คณะก้าวหน้า ยังประเมินว่า ยัง โหวตเตอร์ ที่จะพากันออกมาใช้สิทธิ์ ในการเลือกตั้งทั้งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาพัทยา ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ จะต้องเทใจ ลงคะแนนให้กับ กิตติศักดิ์ ในฐานะคนรุ่นใหม่ อย่างไรก็ดี ความพ่ายแพ้ หรือชัยชนะของผู้สมัคร 3รายอาจมีเดิมพันที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับ สถานการณ์ของ กลุ่มบ้านใหญ่เมืองชล ที่มี แป๊ะ สนธยา เป็นเสาหลัก มากกว่าใครเพื่อน !
การครอบครองสนามเมืองชลของตระกูลคุณปลื้มยาวนานถึง20ปี เคยทำให้สนธยา เกิดความมั่นใจ ว่าจะสามารถคุมทั้งสนามเล็ก และสนามใหญ่ได้ แต่หากผลการเลือกตั้ง วันที่ 22 พ.ค.นี้เกิดเหตุ พลิกผัน เมื่อผู้สมัครของบ้านใหญ่เมืองชล ไปไม่ถึงชัยชนะ
นั่นหมายความว่า ฐานเสียง เมืองพัทยาในมือตระกูลคุณปลื้ม กำลังเจอกับ ปัญหาใหญ่ หลังจากที่การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าผู้สมัครส.ส.จากพรรคพลังชล สอบตกกันหมดทุกเขตเลือกตั้ง
ฉะนั้นศึกเมืองพัทยาครั้งนี้ สนธยา และบ้านใหญ่เมืองชล จึงแพ้ไม่ได้อีกแล้ว !