ต่อจากตอนที่แล้ว “....เพราะสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นประทานพระโอวาทไว้ชัดเจนว่า ถ้าตราบที่พุทธบริษัทสี่ยังปฏิบัติธรรมตามธรรมหรือปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม คือทำการบูชาด้วยปฏิบัติบูชา ตราบนั้นศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็จะยังดำรงคงมั่นหรือกาวรสืบไปในภายหลัง นี่เป็นนัยแห่งพุทธวัจนะ เพราะฉะนั้นเราท่านทั้งหลายจึงควรหาโอกาสปฏิบัติธรรมก่อนที่จะถึงวันอัฏฐมีนี้ที่มีวันวิสาขบูชาซึ่งมีสาธุชนญาติโยมในที่นี้ส่วนมากได้ทราบมาแล้ว อาตมาภาพก็ได้ชักชวนให้ญาติโยมได้ปฏิบัติบูชา พระเจ้าพระสงฆ์ในวัดนี้ก็หลายรูปหลายท่านด้วยกัน ต่างมาแสดงธรรมต่างมาแนะแนวในการปฏิบัติบูชาให้ญาติโยมทั้งหลายได้ทราบ นี่ก็มีมูลเหตุมาจากว่าเราจะปฏิบัติตามคำสั่งคำสอนของพระองค์ นั้นเป็นพุทธบูชา ขอทบทวนกล่าวก่อนถึงวันวิสาขบูชาอีกเล็กน้อย แม้คณะสงฆ์มหาเถรสมาคมก็มีคำสั่งมายังวัดต่างๆ ให้วัดต่างๆเริ่มต้นมีการปฏิบัติบูชาเริ่มตั้งแต่วันวิสาขบูชาในเวลาสิบแปดโมงย่ำฆ้องกลองระฆังทั่วๆไป และมีคำสั่งให้วัดทั้งหลายชักชวนญาติโยมสาธุชนรักษาศีลห้า รักษาศีลแปด เว้นมัชชวิรัติ เว้นอบายมุข เจริญจิตภาวนา นี่จะเห็นได้ว่ามหาเถรสมาคมได้แนะแนวชี้แจงมายังวัดต่าง ๆ ให้วัดต่าง ๆ ชี้แจงมายังสาธุชนญาติโยมทั้งหลาย เพราะฉะนั้นโอกาสของการปฏิบัติบูชาเริ่มมาตั้งแต่วันวิสาขบูชาจนกระทั่งมาถึงวันอัฏมีบูชานี้ ญาติโยมสาธุชนโดยเฉพาะในวัดชนะสงครามก็ปฏิบัติมาบ้าง แต่คงไม่ทั่วไปเพราะญาติโยมต้องมีภาระต้องทำ แต่ถึงไม่ได้ปฏิบัติก็ให้รู้ว่าวันนี้เป็นวันที่เราท่านทั้งหลายควรจะธรรมปฏิบัติบูชา แม้ในองค์การสหประชาชาติก็ยอมรับว่าวันวิสาขบูชานี้เป็นวันสำคัญของโลก เพราะพระพุทธเจ้าทรงสอนถึงความสงบหรือความสุขสงบของประชาชนพลโลก ไม่สอนให้เบียดเบียนกัน ไม่สอนให้ทำลายล้างกันไม่สอนให้ประหัดประหารฆ่าฟันกันให้อยู่ด้วยสันติสุข คือมีความสุขเกิดจากความสงบ ในองค์การสหประชาชาตินั้นมีถึงร้อยแปดสิบกว่าประเทศ ประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนามีเพียงสามสิบกว่าประเทศเท่านั้นพระพุทธศาสนาเป็นเสียงข้างน้อย แต่เป็นเสียงที่ทรงไว้ซึ่งเหตุผลและเมตตาธรรมกรุณาธรรม ทุกชาติที่มีเสียงส่วนใหญ่ต้องยอมรับว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาสอนให้ชาวโลกอยู่เย็นเป็นสุข เพราะฉะนั้น เราเป็นชาวพุทธจึงน่าภูมิใจว่าองค์การสหประชาชาติยอมรับศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำโลกแล้ว แต่ก็ยังมีคนไทยบางคนบางกลุ่มที่ไม่ยอมรับว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ จนกระทั่งมีปัญหาขึ้นในเมืองไทย ญาติโยมก็คงทราบแล้วโทษคนนั้นบ้างคนนี้บ้าง คนนั้นเป็นคนขัดขวางบ้าง คนนั้นไม่ให้ความร่วมมือบ้าง ก็โทษกันไปโทษกันมาอยู่อย่างนี้แหละ จนกระทั่งมีเรื่องเป็นพวกเป็นก๊กเป็นเหล่าขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องไม่ควรจะมี…” (ยังมีต่อ)