ธนาคารโลก ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2565 ลดเหลือ 2.9% จากเดิมคาดการณ์จะขยายตัว 3.9% จากผลกระทบเศรษฐกิจโลก และราคาน้ำมัน พร้อมกับกังวลปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง เนื่องจากรายได้ครัวเรือนยังไม่ฟื้นตัวจากโควิด และหลายครัวเรือนมีรายได้ต่ำกว่าก่อนโควิด มีแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ครัวเรือนยากจนมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้คืน และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ขณะที่รายงานของศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผย สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยในปีนี้จะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงในกรอบประมาณการที่ 86.5-88.5% ต่อจีดีพี โดยมีค่ากลางกรณีพื้นฐานที่ 87.5% ต่อ GDP ซึ่งแม้สัดส่วนดังกล่าวจะต่ำลงเมื่อเทียบกับระดับ 90.1% ต่อ จีดีพี ณ สิ้นปี 2564 แต่ยังนับว่าเป็นสัดส่วนหนี้ครัวเรือนที่ค่อนข้างสูง สาเหตุสำคัญที่ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ จีดีพี ย่อตัวลงมานั้น มาจากการที่ จีดีพี ณ ราคาประจำปี (Nominal GDP) มีแนวโน้มเติบโตสูงจากผลของภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัว ไม่ได้เป็นผลมาจากหนี้สินของครัวเรือนที่ปรับลดลง หรืออีกนัยหนึ่งคือ ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไทยในปี 65 จะยังคงเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวในกรอบจำกัด ย่อมทำให้ประชาชน ครัวเรือนรายย่อยยังคงมีความจำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้มาเสริมสภาพคล่อง หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนในระยะสั้น ขณะที่ครัวเรือนที่มีกำลังซื้อและมีแผนที่จะซื้อที่อยู่อาศัย อาจเร่งตัดสินใจก่อนที่แนวโน้มดอกเบี้ยไทยจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า จากข้อมูลเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานออกมาล่าสุด ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไทยในปี 2564 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 14.58 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 3.9% ใกล้เคียงกับการเติบโตของยอดคงค้างหนี้ในปี 2563 ที่ 4.0% อย่างไรก็ดีเนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ยังคงเติบโตช้า ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ จีดีพี ณ สิ้นปี 2564 ยังคงขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 90.1% จากระดับ 89.7% ในปี 63 ทั้งนี้ ในโครงสร้างหนี้ครัวเรือนภาพรวม ณ สิ้นปี 2564 หนี้ส่วนใหญ่ของครัวเรือน 3 อันดับแรกยังคงเป็น 1.เงินกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งมีสัดส่วน 34.5% ของหนี้ครัวเรือนรวม 2.เงินกู้เพื่อการประกอบธุรกิจ สัดส่วน 18.1% ของหนี้ครัวเรือนรวม และ 3.เงินกู้เพื่อซื้อหรือเช่าซื้อรถยนต์/รถจักรยานยนต์ สัดส่วน 12.4% ของหนี้ครัวเรือนรวม อย่างไรก็ตาม ปี 2565 เป็นปีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดให้เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน โดยมีแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งในแบบภาพรวม และแบบสั่งตัด หรือเจาะจงให้ให้เหมาะสมกับปัญหาที่เกิดขึ้น