เมื่อ 2พรรคการเมือง พรรคร่วมรัฐบาล เพิ่งผ่านพ้นวาระสำคัญคือการทำบุญครบรอบวันเกิดพรรค ในวันเดียวกัน 6 เม.ย.65ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ โดยมี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เป็นหัวหน้าพรรค นำคณะผู้บริหารพรรค ทำบุญให้กับพรรคในวาระก้าวสู่ปีที่ 77
ส่วน พรรคภูมิใจไทย ที่มี เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค นำลูกพรรคทำบุญพรรคในวาระครบรอบปีที่ 13 และก้าวสู่ปีที่ 14 ซึ่งอนุทิน บอกว่าภูมิใจไทยกำลังอยู่ในวัยทีนเอจ
ทั้งประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย แม้จะอยู่ในสถานะ พรรคร่วมรัฐบาล ที่มี พรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดทั้งมวล จะไม่ต้อง แบกภาระ เอาไว้บนบ่า โดยเฉพาะในการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะมีขึ้นในอีก 11 เดือนข้างหน้า หากในกรณีที่ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประคองให้รัฐบาลอยู่จนครบเทอม ในเดือนมี.ค.ปีหน้า 2566
สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ดูเหมือนว่าจะถือ เดิมพัน ที่ค่อนข้างสูงเอาไว้ในมือ โดยเฉพาะตัว จุรินทร์ เองในฐานะผู้นำพรรค เขาจะทำอย่างไรเพื่อที่จะทวงคืน ส.ส.ให้กลับคืนมาให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เลือกตั้งในภาคใต้และกทม. ซึ่งถือเป็น ฐานที่มั่น ทางการเมืองของพรรคมาโดยตลอด
พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่พรรคการเมืองของพี่น้องคนใต้ ผูกขาดหัวจิตหัวใจเอาไว้เหมือนที่เคยทำมาได้ในวันวาน แต่วันนี้ กลับมีพรรคคู่แข่ง ลงไปชิงเค้กในภาคใต้ แถมยังเป็น พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง ไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐ
ดังนั้นจุรินทร์ จะต้องหาทางพลิกสถานการณ์ ให้ประชาธิปัตย์ หนีจากการเป็นพรรค ต่ำร้อย ลบรอยแผลจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ให้สำเร็จ ไม่เช่นนั้น ผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นตามมา อาจลุกลามไปถึง เก้าอี้หัวหน้าพรรค ของเขาเอง เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องลาออกจากหัวหน้าพรรคมาแล้ว
ขณะที่พรรคภูมิใจไทยเอง ที่แม้วันนี้จะถือเป็นพรรคที่ เนื้อหอม แต่ เป้าหมาย คือการทำที่นั่งส.ส.ให้ได้มากที่สุดในทุกจุด ทุกภาคเท่าที่ภูมิใจไทย จะเปิดเกมรุกได้ เพื่อเป็นฝ่ายกุมตัวเลขส.ส.เข้าสภาฯ ก่อนที่จะเดินไปสู่การเป็นพรรคที่มีบทบาทในการตั้งรัฐบาลรอบหน้า กับทุกขั้วทุกพรรคการเมือง
ว่ากันว่า วันนี้หากเช็คพิกัด กันแล้ว หลายฝ่ายต่างประเมินว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่เพียงแต่จะมีส.ส.จากพรรคต่างๆทยอยไหลเข้าเป็นสมาชิกพรรคเท่านั้น หากแต่เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทย จะมีส.ส.มากกว่าพรรคพลังประชารัฐด้วยซ้ำ แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ บิ๊กบอส ตัวจริง เสียงจริงของพรรค ก็ยังไม่อาจวางใจว่าความสำเร็จ จะมาอยู่ในมือง่ายดายตามทางที่วางเอาไว้ เพราะตัวเลขส.ส.ของพรรคภูมิใจคือ คือตัวชี้ขาด เกมที่จะเล่นกันต่อไปในรอบหน้า !