การโหมโรงปลุกเร้า ขวัญกำลังใจของ “สมาชิกพรรคเพื่อไทย” ผ่านเวทีงานเปิดตัวครอบครัวเพื่อไทย ที่จ.อุดรธานี ที่เปิดฉากเปิดตัวตั้งแต่ต้นปี ส่งสัญญาณชัดว่า “อุ๊งอิ๊ง” แพทอง ธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็กของ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี คือ “ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ” ที่พรรคเพื่อจะเสนอชื่อ คืออีเว้นท์การเมืองที่มีทั้ง “บวก” และ “ลบ” ในเวลาเดียวกัน การปรากฏตัวของอุ๊งอิ๊ง บนเวที พร้อมทั้งประกาศ “ธง” ของพรรคเพื่อไทย ว่าจะต้องชนะการเลือกตั้ง กลับมาเป็นรัฐบาลให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว การมี “นโยบาย” ที่ดี ก็คงไม่มีความหมาย ถ้าตราบใดที่ยังห่างไกลจาก “อำนาจรัฐ”
ด้านหนึ่ง คือกลยุทธ์ “ห้ามเลือด” ของพรรคเพื่อไทย ไม่ให้วิกฤติไปมากกว่านี้ แต่อีกทางหนึ่ง คือเกมที่ถูก “บังคับ” ให้ทักษิณ ต้องเล่น นั่นคือการส่งลูกสาวคนเล็กลงมาสู่สังเวียน ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา “เปิดหน้า” แต่ด้วยสถานการณ์ที่พรรคเพื่อไทย ถูก “พรรคการเมือง” ฝ่ายรัฐบาลดึงตัวส.ส. ทั้งทางตรงและทางอ้อม ขณะที่เจ้าของพรรคตัวจริงนั้นอยู่ในต่างประเทศ จึงมีแต่ความเสียหายที่รอวันขยายวงกว้างมากขึ้นทุกขณะ แต่เมื่อเป็นเกมที่เหมือน “ถูกบีบ” ให้ทักษิณ ต้องส่งแพทองธาร ลูกสาวเปิดหน้าเป็นว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ก่อนเวลาอันควร ทว่านาทีนี้คือไฟท์บังคับ ที่เลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ดี แม้แกนนำของพรรคเพื่อไทย จะพากันประสานเสียงแสดงความมั่นใจว่าถึงอย่างไร “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะอยู่ไม่ทันครบเทอม แต่ลึกๆแล้วคนในพรรคเพื่อไทยไม่น้อย ต่างรู้ดีว่า พล.อ.ประยุทธ์ และพารัฐบาลอยู่ยาวไปจนถึงใกล้ครบเทอม หรืออยู่ไปจนถึงครบเทอมในเดือนมี.ค.66 ได้แน่นอน ภายใต้การบริหารจัดการ “เสียงในสภาฯ”
ดังนั้น การเปิดตัวแพทองธาร ในฐานะว่าที่แคนดิเดตนายกฯ แม้จะเป็นการเรียกความเชื่อมั่น และขวัญกำลังใจให้กับ “กองเชียร์” ที่ยังเหนียวแน่นกับกระแส “ทักษิณฟีเวอร์” ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน มาถึงจนพรรคเพื่อไทย ก็ตาม แต่ยังกลายเป็น การเปิดหน้าให้ “ศัตรู” ได้มองเห็นถึง “จุดอ่อน-จุดแข็ง” ทั้งของพรรคเพื่อไทย และตัวอดีตนายกฯทักษิณ แจ่มชัดมากยิ่งขึ้น