หลังจากที่ปล่อยให้ ฝ่ายตรงข้าม ชิงพื้นที่ข่าว ยึดกระแสสื่อกันมาพักใหญ่ พรรคเพื่อไทย ต้องรีบเร่งพลิกเกม กลับมาครองพื้นที่คืน ไม่ใช่แค่เพื่อ ปลุกขวัญ เรียกความเชื่อมั่นจากสมาชิกพรรคทั่วประเทศเท่านั้น แต่งานนี้ เจ้าของพรรคตัวจริง ในต่างแดน ต้องประเมินแล้วว่า ยิ่งช้า ยิ่งเสียการ ! เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มี.ค.65 ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยยกพลไปจัดงานใหญ่ในชื่อ ครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งการเลือกจัดงานที่จังหวัดอุดรฯ รอบนี้ ยังมีนัยยะทางการเมืองที่น่าสนใจ เพราะที่นี่เปรียบเหมือน เมืองหลวงคนเสื้อแดง ที่เคบคึกคักและแข็งแกร่ง งานใหญ่ ของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ได้วางตัว อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม เอาไว้ให้เป็น หัวหน้าครอบครัว ทำหน้าที่เหมือนเป็น แม่เหล็ก ดึงดูดทั้งสมาชิกพรรค ทั้งส.ส.พรรคไม่ให้ย้ายออก ไปอยู่กับพรรคฝั่งตรงข้ามแล้ว อีกด้านหนึ่งยังเป็นการส่งสัญญาณถึง พี่น้องคนเสื้อแดง ว่า ทายาททักษิณ กลับมาแล้ว ในตอนหนึ่งที่แพทองธาร กล่าวบนเวที ในงานนี้มีความชัดเจนทั้งในภารกิจว่าพรรคเพื่อไทย จะต้องเป็นรัฐบาล แล้ว ยังฝากความไปถึง คนเสื้อแดง ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่เคยนิยมในตัว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้เป็นพ่อ ด้วยการพูดขอบคุณและไม่เคยลืมว่าพี่น้องประชาชนรากหญ้า ที่เคยให้การสนับสนุนมาตั้งแต่ยังเป็นพรรคไทยรักไทย เท่ากับว่าวันนี้พรรคเพื่อไทย ที่ประกาศชูความเป็นครอบครัวเพื่อรวบรวมไพร่พลให้มากที่สุด สร้างความพร้อมให้มากที่สุดก่อนถึงวันลงสนามเลือกตั้ง ที่อาจเกิดขึ้นก่อนรัฐบาล ครบวาระในปี 2566นั้นว่าพรรคไม่ได้สู้โดยที่ไม่มี ฐานกำลัง จากคนเสื้อแดง หรือจากอดีตส.ส.ของพรรค อย่างไรก็ดี โจทย์ยากสำหรับพรรคเพื่อไทยในศึกเลือกตั้งครั้งหน้า อาจไม่ใช่การต่อสู้กับ พี่น้อง 3ป. ที่จะมีฐานการเมือง ทั้งจาก พรรคพลังประชารัฐ และ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มี แรมโบ้อีสาน เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี อดีตลูกน้องเก่าของทักษิณ เป็นแกนหลักเท่านั้น เพราะความจริงอีกด้านหนึ่ง พรรคเพื่อไทยยังต้องสู้กับ อดีตลูกน้อง ของทักษิณ ที่เกิดความขัดแย้งกันภายในพรรคเพื่อไทย จนต้องแยกตัวออกไปตั้งพรรคการเมืองกันใหม่แล้วหันมาชิงเก้าอี้ส.ส.กับพรรคเพื่อไทย ต้นสังกัดเดิม เองอีกด้วยต่างหาก !