จนถึงวันนี้ นาทีนี้ ยังไม่มีสัญญาณ จาก บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าจะยุบสภาฯ เปิดทางให้มีการเลือกตั้งเมื่อใด แต่ดูเหมือนว่ากระแสความเคลื่อนไหวของ แต่ละพรรคการเมือง กลับไม่มีแผ่ว ในทางตรงกันข้าม ต่างพากัน ขยับ เตรียมวางค่ายกล เตรียมตัวลงสนามเลือกตั้งกันเป็นทิวแถว ! พรรคการเมืองที่ถูกจับตามากกว่าใครเพื่อน ในฐานะที่อาจเป็นพรรคที่ปรับโหมดจาก พรรคเล็กกลายเป็น พรรคใหญ่ในอีกไม่ช้า เพราะวันนี้ยังไม่ทันได้ลงสนามแต่พรรคภูมิใจไทย สามารถสะสมส.ส.ในมือเอาไว้ได้แล้วเกือบ70ที่นั่ง และมีแนวโน้มว่า ก่อนการเลือกตั้ง จะมีส.ส.จากพรรคเพื่อไทย เตรียมย้ายมาเข้าสังกัดอีกหลายชีวิต ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เอง ล่าสุด จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค เพิ่งเรียกประชุม ทีมเศรษฐกิจ ของพรรคเพื่อเตรียมทำนโยบายพรรค ใช้การเลือกตั้งรอบหน้า โดยเป็นการระดมมือเศรษฐกิจ ทั้งเก่าและใหม่ ของประชาธิปัตย์ เพราะทุกฝ่าย ทุกพรรคต่างประเมินได้แล้วว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องต่อสู้กันด้วย นโยบายด้านเศรษฐกิจเพื่อแข่งขัน ซื้อใจประชาชน เพราะรู้ดีว่าปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจ ที่กำลังกลายเป็น จุดอ่อน ของ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จะพลิกกลายเป็น จุดแข็ง ให้ทุกพรรคการเมือง นำไปใช้สร้างจุดขาย สร้างคะแนนให้กับตัวเอง ได้มากกว่าการเปิดวิวาทะ หรือตอบโต้กันทางการเมืองเท่านั้น ไม่เพียงแต่ ทุกพรรคการเมือง ที่จะเตรียมพร้อมทั้งกำลังคน สะสมเสบียง ทุนรอน ตลอดจนการวางแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจเพื่อช่วงชิงคะแนนก่อนลงสนามเลือกตั้งเท่านั้น แต่น่าสนใจว่าการต่อสู้ทางการเมืองรอบนี้ ยังจะกลายเป็นการ เปิดพื้นที่ ให้กับ เสื้อสี กลุ่มการเมืองภาคประชาชนที่ประกาศตัวหนุน ขั้วอำนาจต่างๆ โดดลงมาเข้าร่วมอีกด้วย คนเสื้อแดง คนเหลือง หรือแม้แต่ม็อบราษฎร ที่เป็นเหมือนกองกำลังในสนาม จะอาศัยจังหวะนี้เคลื่อนไหวเพื่อแสดงพลัง เช็คกระแสตอบรับ ว่าใคร หนุนใคร และใครจะมีโอกาสมากที่สุด เพราะอย่าลืมว่า การต่อสู้รอบนี้ ทุกพรรค ทุกขั้วต่างถือเดิมพันไม่น้อยกว่ากันทั้งสิ้น !