ออกแรงโหมโรงกันมาพักใหญ่จาก พรรคเพื่อไทยโดยคาดการณ์ คาดหมายด้วยความเชื่อมั่น ว่าที่สุดแล้วเราน่าจะได้เห็นการตัดสินใจ ขิงยุบสภาฯ จาก บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนถึงวันเปิดสมัยประชุมสภาฯ ในเดือนพ.ค.นี้
แต่แล้วฝ่ายรัฐบาล ของพล.อ.ประยุทธ์ พลิกสถานการณ์ด้วยการเปิดเกม สยบความวุ่นวาย ด้วยการนัดรับประทานอาหารร่วมกันระหว่าง 3ป. กับ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ที่สโมสรราชพฤกษ์ เมื่อวันอังคารที่ 8 มี.ค.65ที่ผ่านมา เพื่อส่งสัญญาณ ไปถึงพรรคเพื่อไทย และ พรรคฝ่ายค้าน ให้เลิกฝันไปไกลว่า ผู้นำรัฐบาลอย่างพล.อ.ประยุทธ์ จะตัดสินใจยุบสภาฯ ตามแรงกดดันอย่างแน่นอน
บรรยากาศเมื่อค่ำคืนวันอังคารในมื้อกระชับไมตรีของพรรคร่วมรัฐบาลครั้งล่าสุด ดำเนินไปด้วยความคึกคัก และจบลงด้วยความชื่นมื่น หลังใช้เวลาราว 2ชั่วโมงสำหรับมื้อพิเศษ จากนั้นมีรายงานว่าในการสนทนาบนโต๊ะอาหาร พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้พูดถึงเรื่องการยุบสภาฯและการปรับครม.แต่อย่างใด นั่นหมายความว่า บิ๊กตู่ ไม่หวั่นไหวกับการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 ของ พรรคฝ่ายค้าน พร้อมที่จะไปสู้ตายในสภาฯ
การออกมาตั้งข้อสังเกตของ เทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุก มองถึงปรากฎการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ว่า ในช่วงนี้ที่ปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็จะมีการสงครามสื่อ หรือสงครามทางจิตวิทยากัน ทั้งในส่วนของพรรคฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ที่มีออกมาสร้างกระแสข่าว กดดันในลักษณะเกทับ บลัฟแหลก ตัดไม้ข่มนามซึ่งกันและกัน พรรคฝ่ายค้านก็ออกมาให้ข่าวในลักษณะข่มขู่ว่าพร้อมจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน ขอนายกรัฐมนตรีอย่ายุบสภาหนีการอภิปราย
ส่วนฝ่ายรัฐบาล ก็แสดงพลังโชว์ความเหนียวแน่นระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน มีการจัดเลี้ยงดินเนอร์ที่สโมสรราชพฤกษ์ เพื่อแสดงความเป็นปึกแผ่นของพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน นับว่าเป็นการสร้างภาพ หวังผลทางจิตวิทยา เพื่อให้กองเชียร์แต่ละฝ่ายมีความคึกคัก ฮึกเหิม เชื่อมั่นในพลังของแต่ละฝ่ายกัน
ทั้งนี้ สำหรับพรรคฝ่ายค้าน แล้วดูหมือนว่ากำลังรับมือกับศึกหลายทาง ทั้งภายในพรรคด้วยกันเอง ที่ต้องยอมรับว่า มีส.ส.ในแต่ละพรรคฝ่ายค้านที่คาดหวังว่า จะได้ เปลี่ยนสถานะ หลังการเลือกตั้ง จาก ฝ่ายค้าน ไปเป็น รัฐบาล เพราะการเป็นพรรคฝ่ายค้าน ยาวนานมาถึง 8ปีนั้นมีแต่ความเสียหายทางการเมือง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่แกนนำพรรคฝ่ายค้าน ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล จึงอึดอัดและคับข้องใจมากกว่าใคร เพราะเจอกับปัญหา ส.ส.งูเห่า ที่พรรคพลังประชารัฐและพรรคภูมิใจไทย ฝากเลี้ยง เอาไว้
แต่ถึงกระนั้น หากประเมินถึง เดิมพันระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลแล้วต้องยอมรับว่า ต่างฝ่ายต่างแบกน้ำหนักและความคาดหวังไม่น้อยไปกว่ากัน โดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลเอง ที่แม้วันนี้จะอยู่ในฐานะที่ ได้เปรียบ เป็นฝ่ายรัฐบาล อยู่ในอำนาจรัฐ แต่การที่จะรักษา อำนาจ เอาไว้ในมือให้ ครบเทอม ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ขณะที่ลึกๆแล้ววันนี้ 3ป. ขั้วอำนาจใหญ่ ก็ยังต้องลุ้นว่าจะได้กลับมาคุมศูนย์อำนาจ หลังการเลือกตั้งได้อีกหรือไม่
ด้วยเหตุนี้ ต่างฝ่าย จึงต่างตกอยู่ในสภาพที่เรียกว่า ถอยก็ไม่ได้ รุดหน้าก็ไม่ง่าย ที่สุดแล้วจึงต้องอาศัย ปฏิบัติการทางจิตวิทยา ต่อสู้กัน เช่นนี้ !