ความเคลื่อนไหวทางการเมือง ขยับกลับมาที่ ปีกรัฐบาล โดยเฉพาะที่พรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่ยังไม่จบศึกการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามมาตรา 152 เมื่อราวปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมา เมื่อมีสัญญาณจาก พรรคเศรษฐกิจไทย พรรคการเมืองที่หลายคนต่างพากันจับตามองว่า จุดยืน ของพรรคจะอยู่ปีกไหน เมื่อมีความชัดเจนว่า บิ๊กน้อย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ที่ลาออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นใบสมัครเข้าเป็น สมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย ไปเรียบร้อยแล้ว และช็อตต่อมาคือการเตรียมตัวเข้าสู่เก้าอี้ตัวใหญ่ ของพรรค นั่นคือการเข้าไปทำหน้าที่ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย อย่างเป็นทางการ ในการประชุมพรรคครั้งใหญ่ ในเดือนมี.ค.นี้ โดยมี เลขาธิการพรรค ชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา แน่นอนว่าการขยับของพรรคเศรษฐกิจไทย ที่จะมีขึ้นในเดือนมี.ค.นี้ ถือเป็น พิธีการ ที่จะแจ้งว่า บิ๊กน้อย คือหัวหน้าพรรค และ ร.อ.ธรรมนัส เป็น แม่บ้านพรรค พร้อมที่จะขับเคลื่อนพรรคการเมืองทั้งในสภาฯ และยังถูกตั้งคำถาม พร้อมทั้งมีข้อสังเกตว่าเมื่อพรรคเศรษฐกิจไทย มี 18 เสียง อยู่ในมือแล้ว จะมีโอกาสได้ลุ้นเก้าอี้ รัฐมนตรี ในการปรับครม.ครั้งหน้าหรือไม่ แม้ก่อนหน้านี้ บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะยืนยัน ชัดเจนว่าไม่มีการปรับครม. หรือลาออก รวมถึงการยุบสภาฯ ก็ตาม แต่แล้ว กลับกลายเป็นว่า กระแสว่าด้วยการปรับครม. กลับมาสะพัดอีกครั้ง ว่าอาจเป็น 1ในแผนการเล่นของฝ่ายรัฐบาล เพื่อเช็ค คะแนนเสียง ส.ส.ในมือว่ามีมากพอที่จะพา พล.อ.ประยุทธ์ ฝ่าด่าน ศึกซักฟอก ที่จะมีขึ้นในสมัยประชุมสภาฯ ครั้งหน้า ราวเดือนพ.ค.นี้หรือไม่ เพราะการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ครั้งหน้า ฝ่ายค้านจะใช้มาตรา 151 เมื่อซักฟอกกันเสร็จสรรพแล้ว จะต้องจบลงที่การโหวตไม่ไว้วางใจ ทั้งนายกฯ และรัฐมนตรี ที่มีชื่อถูกยื่นอภิปรายฯ ท่าทีของ 18ส.ส. พรรคเศรษฐกิจไทย ในการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 152 เมื่อวันที่17-18 ก.พ.65 ที่ผ่านมา น่าจะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ และ แกนนำ ในพรรคพลังประชารัฐ ขั้วนายกฯ ได้พอมองเห็นแล้วว่า พรรคเศรษฐกิจไทย ไม่เล่นเกมออฟไซด์ ด้วยการแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาล !