ความสัมพันธ์ระหว่าง บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กับ พรรคภูมิใจไทย พรรครัฐบาลอันดับที่ 2 ยังคงถูกจับตา ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่มีความพยายามจากทั้งตัวพล.อ.ประยุทธ์ เองและ บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ยอมถอย นำวาระการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว กลับไปทำรายละเอียดเพิ่มเติม ตามที่กระทรวงคมนาคม ตั้งคำถามเอาไว้
ดังนั้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา จึงไม่ต้องแปลกใจที่จะพบว่าทุกความเคลื่อนไหวทั้งในทำเนียบรัฐบาล ที่มีวาระการประชุมร่วมกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย จึงถูกจับจ้องอยู่ตลอดว่า บรรยากาศจะเป็นอย่างไร
แม้กระทั่งวันที่พล.อ.ประยุทธ์ ไปร่วมงานเลี้ยงงานแต่งงานลูกของ มนัญญา ไทยเศรษฐ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเป็นสัญญาณที่สะท้อนว่า จากความขัดแย้งถึงขั้น 7รัฐมนตรี จากพรรคภูมิใจไทย บอยคอตคัดค้านไม่เข้าร่วมประชุมครม. เมื่อวันอังคารที่8 ก.พ.ที่ผ่านมา จนทำให้ ฝ่ายตรงข้าม รัฐบาล คาดหวังว่าจะได้เห็น เรือเหล็กของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ คว่ำลงในอีกไม่นาน
เมื่อต่างฝ่าย ต่างมีแนวโน้ม แตกหัก เมื่อ พรรคภูมิใจไทย เล่นเกมแรง เหมือนกับไม่ให้เกียรติ ผู้นำรัฐบาล อย่างพล.อ.ประยุทธ์ แต่แล้ว เมื่อผ่านพ้นไปไม่กี่วันสถานการณ์ความขัดแข้งระหว่างพรรคภูมิใจไทยที่ชูดจุดยืนคัดค้านการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว กับพล.อ.ประยุทธ์ กำลังปรับโหมดเข้าสู่การคลี่คลาย ลดโทนความอึมครึมลง เพราะลึกๆแล้ว ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่า หากเลือก แตกหัก กันในตอนนี้จะไม่มีใคร หรือฝ่ายไหน ได้อะไรเลย โดยเฉพาะความพร้อมที่จะลงสนามเลือกตั้งครั้งใหม่ นั้นต้องถือว่า เร็วเกินไป สำหรับทุกฝ่าย ทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายค้าน หรือ รัฐบาลเอง หรือแม้แต่ พรรคการเมืองใหม่ ต่างยังอยู่ในห้วงเวลาของการเดินสายทำพื้นที่ด้วยกันทั้งสิ้น
จากท่าทีจากทั้งพล.อ.ประยุทธ์ และ เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เมื่อวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา คล้ายกับเป็น หนังคนม้วน ไปอย่างสิ้นเชิง !
เมื่ออนุทิน ยืนยันกับสื่อเมื่อถูกถามว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 152 ในวันที่ 17-18 ก.พ.นี้ พรรคภูมิใจไทย จะช่วยรัฐบาลอย่างไร แม้จะไม่มีการลงมติ ว่า
เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ต้องสนับสนุนนายกฯเต็มประตูอยู่แล้ว นายกฯยังไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ผิดไปจากนโยบายที่ได้แถลง ทุกอย่างเป็นไปตามทำนองคลองธรรม สิ่งที่ท่านทำทุกอย่างถ้าเป็นประโยชน์กับประเทศ ด้วยความเป็นรัฐบาลด้วยกันเราก็ต้องสนับสนุน ต้องช่วยกัน แถมยังทิ้งท้ายว่า ผมเคยบอกไว้แล้ว มาด้วยกันก็ไปด้วยกัน ช่วยกันทำงานไป เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น
ลึกลงไปมากกว่าความขัดแย้ง ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กับพรรคภูมิใจไทยที่สุดแล้ว บทสรุปจะออกมาอย่างไร ยังต้องไปลุ้นวันประชุมครม. เมื่อมีการนำวาระการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว กลับมาขอมติจากที่ประชุมอีกครั้ง แต่จนถึงนาทีนี้ ยังไม่มีเชื่อว่า จะมีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคไหน กล้ากระโดดจากเรือเหล็ก ลำนี้ !