ความวุ่นวายภายในพรรคพลังประชารัฐ ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น และยังไม่มีแนวโน้มว่า บทสรุป จะออกมาในทิศทางที่ดีนัก !
เพราะจนถึงวันนี้ยังมีคำถามมาไม่หยุดหย่อนว่าความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งซ่อมกทม. เขต9 ที่ผ่านมาล่าสุดนั้นเกี่ยวข้องกับ กระแสความนิยม ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ลดลงฮวบฮาบ ใช่หรือไม่อยู่นั้น ปรากฏว่าปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐได้แตกประเด็นออกไป
ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองได้ถูกขยายความออกไปอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการคาดการณ์ของ ฝ่ายตรงข้าม ว่าอีกไม่นาน พรรคพลังประชารัฐ คงถึงเวลา นับถอยหลัง เข้าขั้นแตกหัก แม้แต่ ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ยังร่วมวงวิเคราะห์ผ่านคลับเฮ้าส์ว่า พรรคพลังประชารัฐจะเกิดการแตกกลุ่มออกไป ในการเลือกตั้งครั้งหน้า แน่นอน
เรียกว่า เลือดไหลไม่หยุด การลาออกจากพรรคของกลุ่มก๊วนการเมือง จะยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อสัญญาณการเลือกตั้งแรงชัดมากขึ้นเท่าใด !
และไม่เพียงแต่กลุ่มส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ที่พาส.ส.พรรคพลังประชารัฐออกไปตั้งพรรคใหม่ ในนาม เศรษฐกิจไทย เท่านั้นที่ถูกจับตา แต่ยังกลายเป็นว่า กลุ่มสามมิตร ซึ่งมี สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ก็ตกเป็นเป้าสงสัยด้วยเช่นกัน
โดยเฉพาะก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่า กลุ่มสามมิตรของสมศักดิ์ เตรียมย้ายกลับไปอยู่พรรคเพื่อไทย ของอดีตนายกฯทักษิณ ประกอบกับในห้วงเวลานั้น กระทรวงยติธรรม ทำเรื่องขออภัยโทษ ให้กับผู้ต้องหาในคดีทุจริต โดยมีอดีตนักการเมือง ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตโครงการจำนำข้าว ได้ประโยชน์จาการเสนอลดโทษด้วย
แต่แล้ว สมศักดิ์ ต้องออกมาแก้ข่าวด้วยความไม่พอใจนัก พร้อมทั้งส่งสัญญาณกระแทกกลับไปยัง คนว่างงานที่จงใจออกมาปล่อยข่าวผ่านสื่อ จนมีการตีความกันว่าสมศักดิ์ อาจหมายถึงคนว่างงานที่ไม่มีตำแหน่งในรัฐบาล อย่างร.อ.ธรรมนัส ใช่หรือไม่ ?
และล่าสุดยังเกิดคำถามเดิม พุ่งไปที่สมศักดิ์ ระลอกใหม่อีกครั้งว่า กลุ่มสามมิตยังจะอยู่กับพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งครั้งหน้าต่อไปใช่หรือไม่ ซึ่งสมศักดิ์ ให้คำตอบว่า ยังอยู่ พร้อมทั้งระบุว่า
แล้วแต่สื่อจะมอง เพราะสื่อก็เป็นคนวิเคราะห์ ตอนนี้สื่อพัฒนาไปมาก บางทีเรายังไม่คิด เขาก็คิดให้เราไปแล้ว เราจึงต้องคิดตามว่าเป็นยังนั้นจริงหรือ
การขยับของกลุ่มสามมิตร ในทางการเมือง ครั้งหน้าจะเกิดขึ้นหรือไม่ ยังอาจเป็นเรื่องที่เร็วเกินไปที่จะฟันธง แต่นี่กลับเป็นการสะท้อนว่า ปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มก๊วนการเมือง สารพัดมุ้ง นั้นยุ่งยิ่งกว่ายุงตีกัน !