แม้คลื่นลมทางการเมือง จะกระแทกเข้าใส่ บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อย่างหนักหน่วง และต่อเนื่อง ทั้งการหยิบยกปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่ลุกลามไปถึงตึกไทยคู่ฟ้า หรือแม้แต่การวิพากษ์วิจารณ์ ถึงการเดินทางไปเยือนประเทศซาอุดิอาระเบียเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ของสองประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ32ปี แต่ดูเหมือนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกใช้วิธี สงบ สยบเคลื่อนไหว เลี่ยงที่จะออกมาตอบโต้ เหมือนอย่างที่เคย !
แม้ฝ่ายค้านและ ฝั่งตรงข้าม จะพากันเปิดประเด็นใหม่ด้วยการโยนเรื่องร้อนๆ ลงมากลางวง ด้วยการดักทางเตือนพล.อ.ประยุทธ์ อย่าคิดทำ รัฐประหาร จนทำให้พล.อ.ประยุทธ์ อดีตประธานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถูกดึงเข้าสู่วงล้อมทางการเมืองครั้งใหม่
ยิ่งในห้วงจังหวะเวลาที่บรรยากาศทางการเมือง เข้าสู่ภาวะคุกรุ่น การแยกตัวออกไปตั้งพรรคใหม่ ของกลุ่ม 21ส.ส. ของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ยังไม่มีความชัดเจนว่า กลุ่มนี้จะเล่นการเมืองในบทบาทไหน
จะเลือกยืนประจันหน้ากับพล.อ.ประยุทธ์ กลางสภาฯ รอบใหม่อีกหรือไม่ เมื่อวาระการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เกิดขึ้นทั้งตามมาตรา 152 ไม่มีการลงมติ หรือแม้แต่การยื่นญัตติซักฟอก ในเดือนพ.ค.เมื่อเปิดประชุมสภาฯ สมัยสามัญ
แม้สุ้มเสียงจากภายนอก ทั้งฝ่ายค้านไปจนถึง ฝ่ายแค้น พยายามบีบให้พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในวงล้อม เพื่อนำไปสู่การเสนอทางเลือก ทางออกให้ตัดสินใจ ลาออกหรือยุบสภาฯ ก่อนที่รัฐบาลและการเมืองจะถึงทางตัน ไปต่อไม่ได้ และ ทางลงจาก หลังเสือของ พล.อ.ประยุทธ์ อาจจบไม่สวย
แต่จนวันนี้ ยังกลายเป็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ สงบนิ่ง กว่าที่คาด !
การเล่นบทเตมีย์ใบ้ของพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อพาตัวเองให้ถอยห่างจาก วิวาทะทางการเมือง แต่ย่อมไม่ได้หมายความว่า ลึกๆแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ เองจะไร้ความเคลื่อนไหวอย่างใด อย่างหนึ่ง
ในทางตรงกันข้าม กลับน่าสนใจว่า วันนี้พล.อ.ประยุทธ์ กำลังเลือกดำเนินบทบาทในฐานะ หัวหน้ารัฐบาล เทน้ำหนักไปที่การบริหารนโยบาย ต่างๆ แทนการตอบรับ และยอมทำตามข้อเสนอทุกข้อเรียกร้อง ทั้งจากฝ่ายค้าน และฝ่ายแค้น ไม่ว่าจะว่าเป็นเรื่องปรับครม.เพื่อแลกกับเสถียรภาพของรัฐบาล หรือการลาออก เพื่อเปิดทางให้ คนใหม่ ได้เป็นนายกฯ แทน !