หลังจากที่มีกระแสกันมาพักใหญ่ว่าอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการแก้วิกฤติการเมืองที่รุมเร้า รัฐบาล โดยเฉพาะ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ถูกตอกย้ำและจุดพลุขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมา เมื่อ ผู้นำฝ่ายค้าน อย่าง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ที่ออกมาจุดพลุ ประเด็นร้อนๆ เรื่องรัฐประหาร โดยเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน 1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯสามารถลาออกจากตำแหน่ง หรือเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ 2.ยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ แต่ไม่ควรใช้วิธีที่ 3 คือ การรัฐประหาร เพราะผมได้กลิ่นว่าจะใช้แนวทางนี้ ซึ่งเราขอคัดค้านและเรียกร้องผู้ที่มีอำนาจ อย่าได้คิดวิธีการนี้ (26 ม.ค.65) การออกมาพูดเรื่องรัฐประหาร จากผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ครั้งนี้ แน่นอนว่า ย่อมกลายเป็นเรื่องร้อนที่พุ่งเข้าใส่ พล.อ.ประยุทธ์ เข้าอย่างจัง เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือคำถาม และการถูกวิพากษ์วิจารณ์ สร้างความหวั่นไหวให้เกิดขึ้นในสังคม เพราะอย่าลืมว่าเมื่อใดก็ตามที่มีการพูดเรื่องรัฐประหาร ขึ้นมา ก็เหมือนกับเป็นการย้ำ จุดอ่อน ของพล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ผู้คนย้อนกลับไปฉุกคิดถึงการรัฐประหารในปี 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้าคณะ ยิ่งในห้วงสถานการณ์ทางการเมือง ที่ฝ่ายพล.อ.ประยุทธ์ กำลังตกเป็นรอง พรรคพลังประชารัฐ เข้าสู่โหมดที่อ่อนแอ ทั้งที่เป็นพรรคการเมืองที่เสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯในสภาฯ หลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 มิหนำซ้ำ 21กบฏ ในขั้วของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ยังออกฤทธิ์ แม้จะพากันลาออกจากพรรค แต่กลับมีความเคลื่อนไหวที่จะส่งผลกระทบในทางลบต่อตัวพล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล ส่งผลให้ทั้งพรรคพลังประชารัฐ และพล.อ.ประยุทธ์ เสมือนถูกบีบให้จนแต้มไปโดยปริยาย ! เมื่อผู้นำรัฐบาลอย่างพล.อ.ประยุทธ์ แม้จะถูกกดดัน อย่างหนัก แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีท่าทีว่าจะเลือกทางออกที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการเห็น ไม่ว่าจะเป็น1. ลาออก หรือ2. ยุบสภาฯ ดังนั้นจึงเห็นแต่จะมีทางเลือกที่จะส่งผลกระทบต่อพล.อ.ประยุทธ์ อย่างรุนแรง ไม่ว่าจะตัดสินใจทำรัฐประหารจริงหรือไม่ก็ตาม แต่ที่แน่ๆ แค่จุดพลุ นายกฯก็มีแต่เสียหาย !