วิกฤตรอบด้านที่กำลังโถมเข้าใส่รัฐบาล ทั้งของแพง ราคาสินค้าแรงพากันเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ไม่เพียงแต่ราคาหมูจะพุ่ง แต่ปรากฏว่าสินค้าอุปโภค บริโภคต่างพากันจ่อคิวรอจังหวะขึ้นตามราคาหมูเป็นทิวแถว จนล่าสุด ประชุมกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.)มีมติเมื่อวันที่ 19 ม.ค.65 กำหนดให้ไก่และเนื้อไก่เป็นสินค้าควบคุม เช่นเดียวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ที่ทำให้รัฐบาลยังต้องหามาตรการเฝ้าระวังและรับมืออย่างต่อเนื่อง และในการประชุมศบค.ชุดใหญ่ วันนี้ (20ม.ค.65) ยังต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ที่ประชุมจะประเมินสถานการณ์หลังเทศกาลปีใหม่ ต่อเนื่องมาถึงวันนี้ แล้วจะพิจารณาผ่อนคลายมาตรการต่างๆตามมาหรือไม่ ดังนั้นหมายความว่า วันนี้ โจทย์ใหญ่ สำหรับรัฐบาล โดยเฉพาะตัว บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จึงอยู่ที่การเร่งแก้ไขปัญหาข้าวยากหมากแพง ควบคู่ไปกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดสายพันธุ์โอไมครอนเป็นหลัก มากกว่าการเทน้ำหนักทั้งหมดไปที่ ความวุ่นวาย ความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งระหว่าง พรรคร่วมรัฐบาล อันเป็นผลสืบเนื่องจาก ศึกเลือกตั้งซ่อม ใน2จังหวัดภาคใต้ ที่ชุมพร กับสงขลา จนส่อเค้าว่า พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคพลังประชารัฐ ทำท่าจะมองหน้ากันไม่ติด ผลพวงจากศึกเลือกตั้งซ่อม ทั้งชุมพรและสงขลา ได้ถูกลากยาวมาสู่ความขัดแย้งระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรคพลังประชารัฐ กับ เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เพราะเป็นที่รับรู้กันอยู่แล้วว่า ต่างฝ่าย ต่างอยู่กันคนละขั้ว ขณะที่ล่าสุดมีการเปิดตัว พรรคสร้างอนาคตไทย โดย สองกุมาร คือ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีที่เคยอยู่ร่วมครม.กับพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้หลายคนพากันจับตาว่าที่สุดแล้ว จากนี้ไป สมการการเมือง จะแปรเปลี่ยนไปหรือไม่ ตามที่อุตตม ได้ประกาศบนเวทีในการเปิดตัวพรรค ยิ่งในยามนี้กระแสของพรรคพลังประชารัฐ กำลังตกต่ำ ไม่ต่างไปจาก หุ้นการเมือง ที่ร่วงรูด สลับกับข่าวลือว่า พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมขนสมัครพรรคพวกออกจากพลังประชารัฐ แล้วไปอยู่บ้านใหม่ อยู่พรรคใหม่ ที่ไฉไลกว่าเดิม แต่ทั้งหลาย ทั้งปวงนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของการเมือง ที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่จำเป็นต้องโดดลงมาเล่นเอง และเอาตัวเองไปสุ่มเสี่ยงกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ !