สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2565 ที่เริ่มต้นปีมากับความตึงเครียดของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ทั้งที่เพิ่งจะผ่านช่วงเวลาทอง หรือช่วงเวลาทำเงินของภาคธุรกิจต่างๆ ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ก็ด้วยความวิตกกังวลว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะต้องหยุดชะงักไปด้วยมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาด เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อโอไมครอนก้าวกระโดดและเข้าสู่การแพร่ระบาดระลอกที่ 5 ที่ครอบคลุมเกือบทั้งประเทศไทยแล้ว ซึ่งแน่นอนว่า นอกจากโอไมครอนแล้ว ไทยยังต้องเผชิญต่อปัจจัยเสี่ยงด้านอื่นๆอีกด้วย ที่จะต้องเตรียมรับมือ โดย 4 ปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้คาดการณ์ออกมา ประกอบด้วย 1.ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิดโอไมครอน 2.การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ และปัญหาเสถียรภาพราคา 3.ความกังวลการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL Cliff 4.ความเสี่ยงที่มาจากความผันผวนของเศรษฐกิจและการเงินโลก โดยในส่วนของประเด็นแรก เรื่องของผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิดโอไมครอน ธนาคารแห่งประเทศไทยประมาณการว่า โอไมครอน จะเป็นสายพันธุ์ที่มาเร็วและไปเร็ว จะจบภายในครึ่งปีแรกของปีนี้ ซึ่งหากเป็นไปตามคาดการณ์โอกาสที่เศรษฐกิจจะสะดุดมีไม่มาก แต่หากการระบาดลากยาวออกไป หรือมีสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงมากกว่าเกิดขึ้น โดยเฉพาะครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นช่วงที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากอาจกระทบเศรษฐกิจสะดุดได้ ส่วนเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาพลังงานและราคาอาหารบางประเภท หรือเป็นการเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ได้สูงขึ้นในภาพรวมนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยได้สอบถามผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตาม แม้ผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและราคาสินค้ายังไม่มาก แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ หากเกิดปัญหาเสถียรภาพราคาหรือเงินเฟ้อสูงจนเกินกรอบเป้าหมายจะมีเครื่องมือที่จะเข้าไปดูแล ขณะที่ปัญหาหนี้เสีย หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่พุ่งสูงขึ้น ภาวะเช่นนี้ความสามารถของลูกหนี้และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีแย่ลงและเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้น ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้เตรียมการรับมือไม่ให้กระทบเสถียรภาพระบบการเงิน และเศรษฐกิจโดยรวม ปัจจัยสุดท้ายคือความผันผวนของเศรษฐกิจและการเงินโลกรวมทั้งความผันผวนของตลาดเงิน ตลาดทุน และตลาดพันธบัตร จากการเปลี่ยนนโยบายของหลายธนาคารกลาง ซึ่งจะกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุน ขณะที่การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอาจจะกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการไทย อย่างไรก็ตาม ฉายภาพปัจจัยเสี่ยงแล้ว ไม่ได้เป็นการเขียนเสือให้วัวกลัว แต่ต้องทำใจดีสู้เสือ สร้างเกราะป้องกันตนเอง หาแผน 2-3 ให้ชีวิต ไม่หวังพึ่งวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกันจากภาครัฐ