ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่อมพิษโควิด หลายกิจการต้องล้มหายตายจากไป โดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมและจัดเลี้ยง ว่ากันว่าอาชีพทนายความช่วงที่ผ่านมางานชุก เนื่องจากมีบรรดาเจ้าสัวกว้านซื้อบรรดาโรงแรมที่ไปต่อไม่ไหว อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่ามีข่าวที่แรงงานจากกลุ่มธุรกิจต่างๆ เมื่อตกงาน ขาดรายได้ หันกลับไปภูมิลำเนา พลิกไปทำเกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว นอกจากจะสามารถประคับประคองชีวิตของตนและครอบครัวได้แล้ว บางรายยังประสบความสำเร็จ มีอยู่มีกินอย่างยั่งยืน สะท้อนว่าหลักการปรัชญาของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9นั้นทำได้จริง แต่เมื่อถามว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร “สยามรัฐ”ก็จะย้อนทวนความตามผู้ที่ให้นิยามไว้ จากการรวบรวมของเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงานกปร.) โดยตัดตอนมานำเสนอดังนี้ “นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปฏิบัติโดยนำมาใช้เป็นหลักการพื้นฐานของนโยบายการพัฒนา ซึ่งหมายถึง ว่าจะให้ความสำคัญกับ การเติบโตอย่างมั่นคงความมีวินัยของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค รวมถึงการแบ่งปันผลประโยชน์ทาง เศรษฐกิจให้มีความเป็นธรรม ซึ่งการเติบโตอย่างมีคุณภาพ หมายถึง การให้ความห่วงใยอย่างยิ่งยวด ต่อหลักธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยง แต่ความห่วงใยในเรื่องดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อกลไกตลาด หรือแม้แต่มีอิทธิพลต่อการเปิดของเศรษฐกิจไทย” (สุรยุทธ์ จุลานนท์. (2550) อดีตนายกรัฐมนตรี จากข่าวนายกฯ เดินสายแจงนักลงทุนย้ำปี 50 เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจพอเพียงอ้า แขนรับต่างชาติ.จาก http://www.naewna .com/new.asp, ค้นเมื่อ 14 มีนาคม 2551 “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ประกอบหลักการหลักวิชา และหลักธรรมหลายประการ อาทิ 1. เป็นปรัชญาแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ 2. เป็นปรัชญาในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง 3. จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวทันโลกยุคโลกาภิวัตน์ เพื่อให้สมดุล และพร้อมต่อการ รองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลก ภายนอกได้อย่างดี 4. ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่ จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้ง ภายนอกและภายใน 5. จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำ วิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน 6. จะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสำนักในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้ มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทนความเพียรมีสติปัญญาและความรอบคอบ” (สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา จากข่าวสอนรัฐ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่ต้องเดินสายแจงต่างชาติ.ค้นเมื่อ 6 มิถุนายน 2550, จาก http://www.manager.co.th/QOL/View News.aspx)