การออกมาให้สัมภาษณ์ของ "มือกฎหมายรัฐบาล" อย่าง "วิษณุ เครืองาม" รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า หากไล่ไปตามปฏิทินเมื่อการเลือกตั้งท้องถิ่นองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เสร็จสิ้นลง คาดดว่าจะใช้เวลาราว 1เดือน เพื่อรอดูว่าจะมีเรื่องร้องเรียน และมีการเลือกตั้งซ่อมหรือไม่ จากนั้นเมื่อประกาศผลออกมาเป็นทางการแล้ว คิวต่อไป ก็จะไปอยู่ที่การเลือกตั้ง "ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร" แน่นอนว่าสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. รอบนี้เป็นเสมือนความหวังสำหรับหลายพรรคการเมืองด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่ ทั้งพรรคพลังประชารัฐที่มีข่าวว่าจะสนับสนุน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. คนปัจจุบัน พรรคเพื่อไทยเองก็พร้อมที่จะส่งสรรพกำลัง ลงมาหนุน "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" อดีต รมว.คมนาคม และอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย ซึ่งชัชชาติเอง เจ้าตัวประกาศตัวชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.มาก่อนใครเพื่อน ขณะที่ พรรคก้าวไกล เองวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะลงล็อคหรือเลือกใครให้สวมเสื้อพรรค ลงมาทำหน้าที่ เนื่องจากพบว่าอาจมีปัญหา ห่วงว่า "กระแส" จะสู้ได้ยาก ล่าสุด "ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์" ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.)ออกมาปฏิเสธข่าวว่าพรรคจะส่ง "ศิริกัญญา ตันสกุล" ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล หรือ "ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ" พี่สาวของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นั้นไม่เป็นความจริง แต่ที่น่าสนใจ คือความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ กับการเมืองสนามกทม.ที่จะต้องสู้ไปพร้อมๆกับ การประเมินสถานการณ์การเมือง "สนามใหญ่" วางเกมไปถึงการเลือกตั้งส.ส. กทม. ที่ได้กลายเป็น "จุดอ่อน" สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว เมื่อการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ ไม่สามารถกวาดที่นั่งส.ส.ได้เลยสักที่นั่งเดียว ! แม้ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือนว่าหลายคนรับรู้ว่า "ดร.เอ้" ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จะลงสมัคร โดยมีพรรคประชาธิปัตย์ให้การสนับสนุน และมีรายงานว่า กระแสของ ดร.เอ้ นั้น "ไม่ขี้เหร่" ด้วยซ้ำ การต่อสู้ของพรรคประชาธิปัตย์ในสนามกทม. รอบนี้ต้องยอมรับเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส ไม่น้อย เพราะเท่ากับเป็นการสู้ในพื้นที่ ที่พรรคไม่มี ส.ส.กทม.เลยสักที่นั่งเดียว แต่จำเป็นที่จะต้องกลับมาทวงเก้าอี้ส.ส.กทม. กลับคืนมาให้มากที่สุด อีกทั้งยังเป็นการสู้ในสนามการเมืองเล็ก ที่ไม่เล็ก เพราะต้อง "วัดใจ" ว่า "โหวตเตอร์" จะเลือกเทคะแนนให้ผู้สมัครจากค่ายไหน โดยมีสถานการณ์ทางการเมือง และคะแนนความนิยม จากพรรคและตัวผู้สมัครเอง เป็นปัจจัยชี้ขาด อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ที่จะมีขึ้นเป็นลำดับต่อไป จากการเลือกตั้งอบต.นั้น ผลจากการแพ้-ชนะ ยังจะถูกนำไปใช้ในการชี้วัด สนามเลือกตั้งส.ส.กทม. ครั้งหน้าที่จะมีส.ส.เพิ่มขึ้นตามกติกาใหม่ !