เมื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญ ครั้งที่ 2 ก็คล้ายกับว่าเป็นการเปิดฉากการเมืองรอบใหม่ ผ่านเวทีนิติบัญญัติ โดยที่ "พรรคร่วมฝ่ายค้าน" ประเมินว่าจะเป็นฝ่ายถือแต้มต่อ โดยเฉพาะในจังหวะที่ "พรรคพลังประชารัฐ" เองกำลังวุ่นวาย และพัลวันอยู่กับ "ศึกใน" ภายในพรรค จนอาจลุกลามเปิดช่องให้ "ผู้นำรัฐบาล" โดนเขย่าซ้ำกลางสภาฯ
การเปิดเกมบุกรัฐบาลด้วยการประกาศว่าเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 112 พร้อมทั้งคาดการณ์ว่า น่าจะยื่นญัตติได้ราวปลายเดือนพ.ย.นี้นั้น กำลังถูกกลบด้วยเรื่องร้อน ประเด็นใหม่ เมื่อ 2พรรคใหญ่ อย่าง "พรรคเพื่อไทย" หันมาพุ่งเป้า พากันออกหน้าผลักดัน เสนอแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 และ มาตรา116 เข้าสู่วาระการประชุมของรัฐสภา
เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ม็อบราษฎร นัดหมายชุมนุมใหญ่ที่ราชประสงค์ เรียกร้องให้มีการยกเลิก มาตรา 112 และจบลงด้วยการที่ "รุ้ง" ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กรีดเลือดสาบานตน ที่แขนข้างซ้าย ก่อนนำรอยเลือด 112 มาประทับกับแถลงการณ์
การเคลื่อนไหวของม็อบราษฎร ที่บนท้องถนนให้ยกเลิกมาตรา 112 ได้รับการขานรับจาก "พรรคเพื่อไทย" ในคืนวันเดียวกันเมื่อ พรรคออกแถลงการณ์สนับสนุน และเห็นด้วยที่จะให้มีการยกเลิกม.112 ล่าสุด "โรม รังสิมันต์" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุค ว่านี่คือนิมิตรหมายที่ดี เมื่อพรรคใหญ่ อย่างพรรคเพื่อไทย ลงมาขยับ และเชื่อว่าจะเป็นกำลังสำคัญในการขยับเพดาน
การออกมาแสดงจุดยืนของพรรคก้าวไกลกับม็อบราษฎร ที่เรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 นั้นย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า ทั้งพรรคก้าวไกลและม็อบราษฎร นั้นต่างมีความเชื่อมโยงกันด้วย "ตัวบุคคล" และ แนวคิดทางการเมือง แต่สำหรับพรรคเพื่อไทย ที่ล่าสุดเพิ่งมีการ "ปรับทัพ" เปิดตัว "แพทองธาร ชินวัตร" ลูกสาวเจ้าของพรรคตัวจริง ลงมานั่งเป็นประธานที่ปรึกษาการมีส่วนร่วม และนวัตกรรม กลับหันมาเล่นเกมเดียวกันกับม็อบราษฎร ที่เต็มไปด้วยความเปราะบาง และสุ่มเสี่ยง หมิ่นเหม่
แต่อย่างไรก็ดีหากมองในอีกมิติหนึ่ง การที่พรรคเพื่อไทย โดดลงมาเล่นเกมเดียวกันพรรคก้าวไกลและม็อบราษฎร เช่นนี้ เหนืออื่นใด คือการเปิดปฏิบัติ "ซื้อใจ" ชิงคนรุ่นใหม่กลับคืนมา ให้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวันนี้พรรคเพื่อไทย เพิ่งเปิดตัว แพทองธาร คนรุ่นใหม่ที่หวังครองใจ โหวตเตอร์กลุ่มนิวเจนฯ
ส่วนโอกาสที่ความเป็นไปได้ในการแก้เสนอแก้ไขมาตรา 112 และมาตรา 116 จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ คงต้องให้เป็นเรื่องของ อนาคต !