การวางบทบาทของ พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งใน ทางการเมือง ควบคู่ไปกับ การเป็น ฝ่ายบริหาร ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในยามที่พรรคยังมีภารกิจใหญ่หลวง อยู่ที่พลิกสถานการณ์ให้ประชาธิปัตย์ กลับมาเป็น พรรคเกินร้อย ในการเลือกตั้ง รอบหน้าได้อย่างไร ด้วยกลยุทธ์ใด
และขณะเดียวกันการวางตำแหน่งในฐานะ พรรคร่วมรัฐบาล สำหรับประชาธิปัตย์ ที่แม้จะเสียงส.ส.48ที่นั่ง เป็นพรรคอันดับสามในรัฐบาล ก็ต้องมีฤทธิ์มีเดชอยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นจะทำให้ประชาธิปัตย์ ต้อง เสียรังวัด
จากปรากฎการณ์ ศึก4กรม ที่จบลงตรงที่ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยอมคืนงานกลับไปให้รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่แกนนำตั้งแต่หัวขบวนไปจนถึงส.ส. พากันออกมาแสดงความไม่พอใจ เรียกร้องให้พรรคพลังประชารัฐ จัดการปัญหาภายในของตัวเองให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้ลุกลามออกมากระทบกับความสัมพันธ์ในรัฐบาลด้วยกันเอง
เมื่อได้ 4กรมงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กลับคืนมาอยู่ในมือ รัฐมนตรีของพรรคเรียบร้อยแล้ว หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยอมถอยเพื่อรักษาน้ำใจ และให้เกียรติพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว แต่ย่อมไม่ได้หมายความว่า ในทางการเมืองแล้ว ประชาธิปัตย์เองจะเปิดเกมบุกเพื่อรักษาพื้นที่ ของตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด
เดิมพันในศึกเลือกตั้งครั้งหน้า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้นต้องยอมรับว่า หนักหนาสาหัสไม่น้อย เพราะการที่จะผลักดันให้พรรคซึ่งมีอยู่เพียง 48 ที่นั่ง ทะยานขึ้นไปเป็นพรรคเกินร้อย ในยามที่พรรคใหญ่ ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐต่างประกาศตัวเป็น พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล บนความได้เปรียบจากกติกาใหม่ ด้วยรูปแบบการเลือกตั้ง บัตร 2ใบ
แม้ในแง่การบริหารจัดการพรรคแล้ว ประชาธิปัตย์ถือว่ามีความพร้อมสั่งงานผ่านกลไกสาขาพรรคทั่วประเทศ อีกทั้งยังส่งส.ส.ให้เกาะติดพื้นที่ เดินสายพบปะประชาชน อย่างต่อเนื่องก่อนหน้าที่ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จะควง บิ๊กป๊อกพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมด้วยซ้ำก็ตาม แต่อย่าลืมว่าเมื่อ เป้าหมายของ 3ป. คือการกลับมานั่งในฐานะ พรรคแกนนำรัฐบาล ส่ง พล.อ.ประยุทธ์ เป็น นายกฯสมัยที่3 ยิ่งทำให้การต่อสู้ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหวังทวงคืนเก้าอี้ส.ส.ในแต่ละภาค ยิ่งยากลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะฐานที่มั่น ภาคใต้ และ กทม. ที่ต้องเสียที่นั่งให้กับพรรคคู่แข่ง อย่างใจหาย
ทั้งนี้ต้องถือว่า บทเรียนจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 คือคำตอบและตัวชี้วัดแล้วว่า เดิมพันของประชาธิปัตย์ รอบหน้านั้นสูงลิบลิ่ว!