ขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ ยังอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกว่าฝุ่นยังตลบ ความสงบยังไม่เกิดขึ้นจริง เมื่อการประลองกำลังกันระหว่าง กลุ่มการเมือง ภายในพรรคยังดำเนินต่อไปทั้ง ซึ่งหน้า และ ทางลับ แต่กลับปรากฏว่า ที่ พรรคเพื่อไทย กลับอยู่ในความสงบเงียบ และวังเวงจนน่าประหลาดใจ ! หากไม่นับกิจกรรมที่ ทีมโฆษกพรรค ออกมาเปิดวิวาทะรายวัน วิพากษ์วิจารณ์ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตั้งแต่เรื่องการเมือง ไปจนถึงข้อผิดพลาดจากการบริหารงานแล้ว ต้องยอมรับว่า ภายในพรรคเพื่อไทย คล้ายกับว่าอยู่เพื่อรองฟัง สัญญาณ จาก พี่โทนี หรือ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในฐานะเจ้าของพรรค ว่าจะให้ สู้ต่อ กันอย่างไร จากเดิมที่เจ้าของพรรคเอง ใช้รูปแบบการต่อสู้ที่เรียกว่า เดินหลายขาประสานแทบทุกทิศ ทั้ง ฝ่ายค้าน ด้วยกันเอง ไปจนถึง ฟากรัฐบาล อีกทั้งยังสู้ทั้งในเวทีสภาผู้แทนราษฎร ไปพร้อมๆกับการการส่ง มือไม้ ลูกน้องคนใกล้ชิด ลงไปลุยงานในภาคสนามด้วยการ จัดม็อบ ให้ออกมาต่อต้าน ขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ที่ต้องปัดฝุ่น สวมวิญญาณแกนนำม็อบ พาพี่น้องคนเสื้อแดงออกมาชุมนุม ร่วมกับม็อบราษฎร ที่ล่าสุดปรากฎว่า ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ แกนนำม็อบเด็ก หลุดปาก เอ่ยขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ทำหน้าที่เป็นเหมือน ท่อน้ำเลี้ยง ส่งปัจจัยมาสนับสนุนม็อบราษฎร จนกลายเป็นการเปิดช่องให้ถูก สนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ให้ยุบพรรคเพื่อไทย หากพบว่า เป็นการกระทำที่ ฝ่าฝืนต่อ พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง  แม้ฝั่งตรงข้าม จะเดินหน้าร้องยุบพรรคเพื่อไทย แต่ทว่า เป้าหมายของทักษิณคือการได้กลับมาเป็นรัฐบาลให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นหากปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ และ ขั้วอำนาจ 3ป. ยังดำรงอยู่อย่างยืดเยื้อ ทอดระยะยาวนานออกไปมากเท่าใด ยิ่งทำให้สถานการณ์ ของพรรคเพื่อไทย และ กระแสทักษิณ ดิ่งวูบลงมากเท่านั้น ! ตลอดห้วง 8 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่รัฐบาลของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกยึดอำนาจในปี 2557 เป็นต้นมา ดูเหมือนว่า พรรคเพื่อไทย ซึ่งถือเป็น พรรคการเมืองเจนเนอเรชั่นที่ 3 ของ ทักษิณ ไม่ใช่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ต้องอยู่ในฐานะ พรรคฝ่ายค้าน เท่านั้น หากแต่ยังกลายเป็นว่า พรรคเพื่อไทยยังถูกทำให้เป็นพรรคที่เล็กลง ทั้งทางและทางอ้อม มาอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยที่สุดคือการที่ นักการเมืองที่ยืนอยู่ข้างกาย พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในวันนี้ ก็ล้วนแล้วแต่เคยเป็น ลูกน้อง ของทักษิณ มาก่อนทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ พรรคเพื่อไทยและทักษิณ จึงต้องสู้เพื่อ ชนะ เท่านั้นในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า ยิ่งเมื่อได้รูปแบบเลือกตั้งด้วย บัตร 2ใบ มาเป็น ตัวช่วยพิเศษ เพราะหากรอบหน้ายังพ่ายแพ้อีก โอกาส ที่จะกลับมาสู่วงจรอำนาจอาจยิ่งริบหรี่ลงทุกที !