เกิดอาฟเตอร์ตามมาทันที เมื่อเสร็จจาก "ศึกในสภาฯ"เมื่อรัฐบาลเป็นฝ่ายเอาชนะ "ฝ่ายค้าน"ไปได้ โดยไม่ต้องลุ้น! เพราะแม้ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ในกรอบวงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท จะผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาฯในวาระแรกไปแล้ว ด้วยเสียงโหวตจาก ฝั่งรัฐบาล ชนิดที่เรียกว่า "ฝ่ายค้าน" ลุ้นไม่ขึ้น เมื่อคะแนนรับร่างฯ อยู่ที่ 269 ส่วนไม่เห็นชอบอยู่ที่ 201 เสียง แต่ดูเหมือนว่า "ความวุ่นวาย" ทางการเมือง ยังไม่จบ มิหนำซ้ำยังคล้ายกับว่า กำลังจะเริ่มต้นรอบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในปีกของ "พรรคฝ่ายค้าน" ทั้ง พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลเอง หรือแม้แต่ "พรรคพลังประชารัฐ" พรรคแกนนำรัฐบาล ที่มี "บิ๊กบอส" คือ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั่งเป็นหัวหน้าพรรค ก็ส่ออาการว่า ความยุ่งเหยิง ความขัดแย้งภายในพรรค กลับมาปะทุขึ้น เมื่อจบศึกงบประมาณ ฯ65 เสียอย่างนั้น ! การปรากฎตัวของ "ส.ส." พรรคฝ่ายค้าน ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ในการโหวตลงมติรับ-ไม่รับร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ฯเมื่อกลางดึกของวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ดูจะยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า แท้จริงแล้ว พรรคฝ่ายค้านเองแทบไม่มีความเป็น "เอกภาพ" ซึ่งลึกๆแล้วปัญหาข้อนี้ ทั้งพรรคเพื่อไทยและก้าวไกลก็รู้ดีว่า เวลานี้แม้ด้านหนึ่งจะช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องให้ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ยุบสภา ฝ่ายค้านเองก็ยังไม่มีความพร้อมมากพอที่จะ "ลงสนามเลือกตั้ง" รอบใหม่ มิหนำซ้ำ ยังไม่มีใครกล้าการันตีได้ว่า หากให้มีการนับหนึ่งใหม่แล้ว ส.ส.ที่มีอยู่ในมือ นอกเหนือไปจาก คนที่แสดงตัวชัดเจนแล้วว่า อยู่ในสถานะ "งูเห่า" นั้นจะมีมากกว่าที่รับรู้ รับทราบกันหรือไม่ !? การย้ายสังกัด ของ "เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" ที่ออกจากพรรคเพื่อไทย แล้วไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แถมยังมีโอกาสได้โควต้าเข้าไปนั่งเป็น "กรรมาธิการฯงบประมาณ 65" จนกลายเป็นประเด็นฮือฮา ว่างานนี้ พรรคพลังประชารัฐ คิดจะใช้มือ เรืองไกร อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทยกลับมาย้อนศร เอาคืนคนในพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ขณะเดียวกัน เมื่อมองเข้าไปยังพรรคพลังประชารัฐ จะพบว่า แม้จะสามารถบริหารจัดการเสียงในรัฐบาลจนทำให้เสียงโหวตรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ฯ65 ผ่านได้อย่างฉลุยมาแล้วก็ตาม แต่ลึกๆแล้ว ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง "พรรคภูมิใจไทย" ยังอยู่ในสภาพที่ต้องยอมรับว่า "คุกรุ่น" ไม่น้อย ตราบใดที่ "ศึกโควิด" ยังไม่จบ ! สัมพันธภาพระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ "อนุทิน ชาญวีรกูล" รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว จนทำให้ "ลูกพรรคภูมิใจไทย" กล้าท้าทาย วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านโลกโซเชียล จนต้องมีการถามหา "มารยาททางการเมือง" กันมาแล้ว ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก นอกจากนี้เมื่อหันกลับมามองที่ "ความขัดแย้ง" ในพรรคพลังประชารัฐเอง ก็ยังพบว่า บรรยากาศไม่สู้ดีนัก เมื่อใกล้วันประชุมใหญ่พรรค ในวันที่ 20 มิ.ย.เข้ามามากเท่าใด คำถามยิ่งสะพัดว่า รอบนี้การปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคว่าด้วยตำแหน่ง "เลขาธิการพรรค" จะถึงคราวเปลี่ยนแปลงแล้วหรือไม่ "อนุชา นาคาศัย" รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรค จากกลุ่มสามมิตร ของ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" รมว.ยุติธรรม จะยังรักษาเก้าอี้ "แม่บ้านพรรค" เอาไว้ได้ต่อไป โดยไม่ต้องเปิดศึกกับ "กลุ่ม 3 ช." ที่มี "ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" รมช.เกษตรฯ เป็นแกนนำ และมีชื่อเข้าชิง เก้าอี้เลขาฯพรรคมาก่อนหน้านี้ด้วยหรือไม่ จะเห็นได้ว่า อาฟเตอร์ช็อคหลังเสร็จศึกงบฯ 65 ผ่านพ้นไปแล้ว ทุกขั้ว ทุกฝ่าย ต่างมี "ศึกใหม่" ที่อาจจะใหญ่กว่าเดิมรออยู่ เบื้องหน้า ไม่ต่างกัน !