จู่ๆแสงสปอร์ตไลต์ได้ฉายไปยัง "จตุพร พรหมพันธุ์" ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)หลังจากที่เจ้าตัว ออกแอคชั่น เรียกแขกมาพักใหญ่ ร่ำๆว่าจะก้าวขึ้นมารับบทนำ ในซีรีย์เรื่องราว ว่าด้วยการปลุกประชาชนไล่ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม "ประชาชนแต่ละภาคส่วนจะไม่ขัดแย้งกัน ต้องสามัคคีกัน ทั้งนี้ศึกนี้อีกยาวนาน เมื่อพร้อมเราจะรบ รู้ว่าพฤติกรรมของพล.อ.ประยุทธ์ และคณะไม่เหมือนเผด็จการที่เราเคยเห็น" บางส่วนบางตอนจากการระบุจากจตุพร ที่คำรามส่งสัญญาณไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและอดีตหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นอกจากนี้จตุพร ยังบอกถึงแนวทางแผนการขับไล่รัฐบาล ด้วยว่า หากสามารถให้ 3 พรรคร่วมรัฐบาล คือ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทยพัฒนา ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลได้ ก็ไม่จำเป็นต้อง "ลงถนน" แต่ถ้าหมดหนทางกันจริงๆก็ต้อง ลงถนนกันอีกรอบ ในอดีตจตุพร คือแกนนำพี่น้องคนเสื้อแดง ปลุกระดมมวลชนให้มาชุมนุม รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนเกิดเหตุการณ์สำคัญๆทางการเมืองในอดีตมาแล้ว แต่มาวันนี้ น่าสนใจว่า จตุพร กำลังจะรีเทิร์นกลับมารับบท "แกนนำม็อบ" รับไม้แทน "แกนนำม็อบราษฎร" ที่เป็นเยาวชน นักศึกษา ซึ่งบัดนี้พากันทยอยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อถูกแจ้งความดำเนินคดีด้วยกันหลายข้อหา ตั้งแต่ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปจนถึงความผิดในมาตรา 112 ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ การออกมาแสดงตัว ของจตุพร กำลังส่งนัยยะว่ารูปแบบการขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ กำลังจะแปรเปลี่ยนไปจากเดิม หลังจากที่ ม็อบราษฎร พากันเดินหน้ามุ่งโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ เดินทะลุฟ้าจนทำให้เกิดปัญหาตามมา ทั้งปริมาณมวลชนที่ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังส่งผลให้ แกนนำแถวหนึ่ง แถวสองถูกจับกุมดำเนินคดีกันอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังเกิดความขัดแย้งภายในเครือข่ายแนวร่วมด้วยกันเอง จนทำให้ทุกอย่าง "เสียกระบวน"ไปแทบทั้งหมด ยิ่งรบ ยิ่งสู้ ยิ่งกลายเป็นการเปิดจุดอ่อนให้ฝ่ายความมั่นคง ของรัฐบาลประเมินสถานการณ์ได้หมดทั้งกระดาน มิหนำซ้ำ ทุกข้อเรียกร้อง กลับยิ่งห่างไกลจากความเป็นจริงเข้าไปทุกที เพราะจนถึงนาทีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลาออกจากตำแหน่ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ และสำคัญที่สุด การเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์นอกจากจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้แล้ว ยังกลายเป็น "จุดตาย" ของม็อบราษฎรอย่างสิ้นเชิง หมายความว่า การใช้บริการของม็อบราษฎรมีแต่โอกาส "ล้มเหลว" มิหนำซ้ำ "คนเบื้องหลัง" มีแต่จะสูญเสียเงินทอง และไพร่พล ด้วยปัจจัยต่างๆเช่นนี้ จึงเป็นเหมือน "โอกาส" ที่จะถึงเวลาเปลี่ยน "ตัวเล่นใหม่" ด้วยการใช้บริการ "มืออาชีพ" ที่เคยนำมวลชนคนเสื้อแดงเคลื่อนไหว โดยปรับโหมด พุ่งเป้าไปที่การขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่จะไม่มีการแตะ "สถาบัน" เพราะอย่าลืมว่า จตุพร นั้นเคยสวมเสื้อเหลือง ทำตนเป็นจิตอาสา ในโครงการจิตอาสา "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" ตามพระราชปณิธานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเดือนก.ค.2562 มาแล้ว การเคลื่อนไหวของจตุพร นั้นคือการรับไม้จาก "ใคร" นั้นน่าสนใจไม่น้อย แต่ประเด็นที่ไม่อาจมองข้ามนั่นคือการมาของจตุพร รอบนี้คนที่สั่งการอยู่เบื้องหลัง คาดหวัง "ความสำเร็จ"ได้มากน้อยแค่ไหน มิหนำซ้ำ ม็อบราษฎร จะยอมรับได้หรือไม่ เมื่อเป้าหมายใหญ่ของ ม็อบสามนิ้วนั้นมีเพียงข้อเดียว คือการปฏิรูปสถาบัน หรือที่สุดแล้ว จะยอมอยู่ในความสงบแล้วเปิดเวทีให้ จตุพร ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำคนเสื้อแดง ไล่พล.อ.ประยุทธ์ ให้สำเร็จ ฝ่าด่านแรกไปให้ได้เสียก่อน !!