ดูเหมือนว่าศึกสั่งลา ก่อนปิดประชุมรัฐสภา สมัยสามัญ อย่าง “ศึกซักฟอก” จะไม่สามารถ สร้างบาดแผลให้กับรัฐบาลได้ระคาย เท่าที่ “ฝ่ายค้าน” คาดหวังเอาไว้ได้ โดยเฉพาะ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำรัฐบาลที่เข้าคิวโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นคนแรก คิวอันดับหนึ่ง ก็ยัง “รับมือ” ได้ดี อย่างน่าสนใจ จนดูผิดแผกแตกต่างไปจาก เมื่อครั้งแรกๆที่พล.อ.ประยุทธ์ นั่งในเก้าอี้นายกรัฐมนตรี แล้วเผชิญกับศึกมาก่อนหน้านี้ ทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไปจนถึงการที่เจอ “ฝ่ายค้าน” ลองของในวาระการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา จนถึงวาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปี แน่นอนว่า ในแต่ละครั้ง พบว่า บิ๊กตู่ ถึงกับ “ฟิวส์ขาด” ออกอาการน็อตหลุด ตอบโต้ฝ่ายค้านที่ดาหน้าถล่ม ทำเอาบรรยากาศในที่ประชุมสภาฯถึงขั้น “อึมครึม” เครียดหนักกันมาแล้ว โดยเฉพาะเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ต้องปะทะกับ “รุ่นพี่” ที่ชื่อ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขนาดที่ว่าประกาศตัดรุ่นพี่รุ่นน้องกันกลางสภาฯ ทว่าสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รอบนี้ บิ๊กตู่ ได้สวมบท “เทรนเนอร์” ให้กับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ที่รอคิวโดนอภิปรายด้วยข้อหาแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ล้มเหลว ผิดพลาด โดยแนะว่า “ให้อดทนฟัง อย่างใจเย็น” ศึกซักฟอกวันแรก ที่ “6พรรคฝ่ายค้าน” ล็อคเป้าถล่มไปที่คิวแรกคือพล.อ.ประยุทธ์ โดยใช้เวลามากกว่า รัฐมนตรีอีก 9 คน แต่ดูเหมือนว่า หัวหน้ารัฐบาล “เตรียมตัวมาดี” ! โดยเฉพาะการรับมือกับ “คู่ปรับเก่า” อย่างพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ด้วยการเปิดคลิปผ่านมือถือเพื่ออธิบายถึงประเด็นการให้สัมภาษณ์กรณีที่ปราบปรามวงการพนัน พร้อมทั้งหักล้างว่า สิ่งที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ นำมาแสดงต่อที่ประชุมสภาฯนั้นเป็นการตัดตอนและบิดเบือน พร้อมทั้งใช้โอกาสนี้ชี้แจงทุกเม็ด ทุกประเด็น โชว์ความเก๋า สำหรับเกมในสภาฯ บิ๊กตู่ กำลังแสดงให้เห็นว่า วันนี้เขาเองได้เรียนรู้ และเตรียมพร้อมที่จะ “รับมือ” กับ “วิถี” ของนักการเมือง ได้มากขึ้น มากกว่าเมื่อครั้งที่ลุกจาก “ผบ.ทบ.” แล้วขึ้นมานั่งเก้าอี้ “นายกฯ” หลังการทำรัฐประหาร ศึกซักฟอก ที่ฝ่ายค้านเรียกร้องขอใช้เวลาชำแหละ “10รัฐมนตรี” ถึง4 วัน แล้วไปลงมติ โหวตไว้วางใจ กันในวันเสาร์ที่ 20 ก.พ.จากนี้ไปย่อมเป็น “โอกาส” ทั้ง พรรคฝ่ายค้าน และตัวพล.อ.ประยุทธ์ ด้วยกันทั้งสิ้น เพราะถือว่าต่างฝ่าย ต่างมีจังหวะที่จะ “ทำแต้ม” ต่อสังคม สำหรับรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ คือการ “เก็บเกี่ยวคะแนน” จากการเป็นฝ่ายคุมเกมในสภาฯ ทั้งการชี้แจง สลับไปกับการตอบโต้ สวนกลับฝ่ายค้านได้ทุกช็อต! และเช่นเดียวกันกับ “ฝ่ายค้าน” ทั้ง6 พรรคจะสามารถแปรเปลี่ยนให้เวทีสภาฯ กลายเป็นเวทีที่ชำแหละ “ข้อผิดพลาด ความล้มเหลว” ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ให้ประชาชนได้เห็น ตลอด4 วัน จน “ชนะใจคนดู” แม้ว่าในการโหวตลงคะแนน “ไว้วางใจ” ให้กับรัฐมนตรีทั้ง 10 คนนั้นจะ “ผ่านฉลุย” ไม่มีการแตกแถว ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ ส่งสัญญาณ ต่อพรรคร่วมรัฐบาล กลางที่ประชุมครม. ครั้งล่าสุด ก็ตาม !