การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 12 ม.ค.64 ที่ผ่านมา ต้องถือว่าเป็นนัดที่สมกับความรอคอย เมื่อที่ประชุม มีมติให้ความเห็นชอบต่อมาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยกัน หลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละมาตรการที่ทยอยออกมารอบนี้ ย่อมจะ “โดนใจ” ผู้คน ที่ต่างได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งกระทบต่อปากท้อง ไปจนถึงวิถีชีวิต โดยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติ มาตรการบรรเทาผลกระทบในระยะเร่งด่วน ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักคือ1.มาตรการเสริมสภาพคล่อง บรรเทาภาระหนี้สินของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและประชาชน 2.มาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงาน การลดหย่อนเงินสมทบนายจ้าง และผู้ประกันตน เพิ่มสิทธิประโยชน์ การว่างงาน 3.มาตรการลดค่าใช้จ่ายประชาชน โดยการลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และค่าอินเตอร์เน็ต และที่น่าสนใจ หลังการประชุมครม. “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังย้ำด้วยว่า รัฐบาลมีเงินเพียงพอสำหรับการดูแลเศรษฐกิจ ที่จะต้องเผชิญหน้ากับการระบาดรอบใหม่ของไวรัสโควิด เนื่องจากเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา ฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา นั้นยังมีเหลืออีก 4.9แสนล้านบาท โดยได้ใช้ไปจำนวนกว่า 5แสนล้านบาท สำหรับมาตรการที่ครม.ไฟเขียวในการเยียวยาโควิด คือการลดค่าไฟฟ้า -น้ำประปา รวมทั้งยังเปิดให้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง อีก 1ล้านสิทธิ์ ในช่วงสิ้นเดือนม.ค.นี้ ขณะที่กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอมาตรการเยียวยาแรงงานนอกระบบ เดือนละ 3,500 บาท เป็นเวลา 2เดือน นอกจากนิ้ในส่วนของการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปเรื่องสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเสริมสภาพคล่องของธนาคารรัฐที่ยังมีเงินเหลืออยู่ 2 แสนกว่าล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ได้ให้กระทรวงการคลังประสานธนาคารแห่งประเทศไทยช่วยเหลือเรื่องหนี้สิน และเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการและประชาชนโดยเร็ว ในยามที่วิกฤติจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด กำลังรุมเร้ารัฐบาล ให้ต้องเร่งปรับโหมดเพื่อ “เปิดเกมรุก” เข้ามาแก้ปัญหา ไปพร้อมๆกับการ ชิงพื้นที่คืนจาก “ฝั่งตรงข้าม” ที่ใช้โอกาสโจมตี ดิสเครดิตมาอย่างต่อเนื่อง นั้น คือการสะท้อนให้เห็นว่าเมื่อใดที่รัฐบาล อยู่ในภาวะ “การ์ดตก” สารพันแรงต้าน และแรงกดดันจะเกิดขึ้นแทบทุกทาง โดยเฉพาะในการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด รอบใหม่นับตั้งแต่ปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากปัญหาเรื้อรังที่รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ แก้ไม่ตก นั่นคือขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย รวมทั้งยังมีคลัสเตอร์ใหม่ จุดแพร่กระจายของไวรัสโควิดมาจากสถานบันเทิง และวงการพนัน ไปจนถึงวงชนไก่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นจุดที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น แน่นอนว่าที่รัฐบาลทยอยออกมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ครั้งนี้ อาจจะช่วยลดโทนแรงกดดันลงไปได้บ้าง รวมทั้งรัฐบาลยังใช้โอกาสนี้ให้ความชัดเจนถึงเม็ดเงินงบประมาณ ที่กู้มาแก้ปัญหาโควิดนั้นยังคงเหลืออีกเกือบ5แสนล้านบาท แม้จะเป็นการชี้แจง ให้ข้อมูลที่ “ตามหลัง” ฝ่ายตรงข้ามที่พากันตั้งป้อมถล่มกันมาแล้วพักใหญ่ แต่อย่างน้อย นาทีนี้ รัฐบาลเองจะต้องรับมือ และเปิดแนวรุกหลายทางไปพร้อมๆกัน ทั้งการออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยา กับการดึงมวลชนกลับ ด้วยข้อมูล และข้อเท็จจริง !