แนวรบที่ฟากฝั่งท่าพระจันทร์ ดูเหมือนว่ากำลังระอุขึ้นมาอย่างน่าสนใจ เมื่อมีแถลงการณ์จาก คณาจารย์ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใช้ชื่อว่า "อาศรมสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ "ออกมาสะท้อนความคิด ความเห็นที่แตกต่างไปจาก เหล่าคณาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่ม 1,118 คน อย่างสิ้นเชิง
“ กลุ่มเคลื่อนไหวชูสามนิ้วและกลุ่มที่อ้างชื่อธรรมศาสตร์ได้บิดเบือนข้อมูลด้วยความเท็จและการแสดงความเห็นส่วนตัว ถือเป็นการไม่เคารพต่อหลักวิชาการ ขาดความเคารพต่อหลักการของธรรมศาสตร์ ที่เน้นให้ใช้ธรรมะ(ความเป็นธรรม)นําศาสตร์ คณะบุคคลดังกล่าวขาดธรรมะ ขาดความชอบธรรม การอ้าง ชื่อสถาบันการศึกษานี้เพื่อผลประโยชน์บางประการ และปลุกระดมให้คนเห็นผิดทางแนวคิดด้วยวาทกรรมและสื่อสัญลักษณ์ที่ดูถูกเหยียดหยามบุคคลอื่นที่เห็นต่าง หมิ่นพระเกียรติของบูรพกษัตริย์ ทําตัวละเมิดกฎหมายและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานโดยเฉพาะการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่นด้วยการกล่าวผรุสวาทในที่สาธารณะ ยุยงให้มีการทําลายสาธารณสมบัติ ทําให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนโดยทั่วไป
ข้อเรียกร้องต่าง ๆ ที่ผ่านมาไม่ได้มาจากการศึกษาวิจัยหรือการใช้หลักการอันเป็นประโยชน์แก่ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ ถือเป็นการสร้างความแตกแยก บ่อนทําลายประชาธิปไตยและเสรีภาพของบุคคลอื่นในสังคม ทั้งยังเป็นการทําตัวอยู่เหนือกฎหมายและทําลายวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศชาติอีกด้วย การชักชวนคนหนุ่มสาวเด็กนักเรียนออกมาเดินขบวนโดยการยุยงปลุกปั่นทําให้เกิดความร้าวฉานในสถาบันครอบครัว และทําร้ายเยาวชนกันเองด้วยการสร้างความเสี่ยงให้เยาวชนกระทําผิดกฎหมาย และการออกมาชุมนุมโดยปราศจากมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด ล้วนเป็นการกระทําอันไม่คํานึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและเป็นภัยต่อสังคม ทั้งยังเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้อื่นอย่างชัดเจน”
บางส่วนบางตอนจากแถลงการณ์ของอาศรมสังคมวิทยาฯ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา ได้ชี้เห็นว่าชัดเจนว่า คณาจารย์กลุ่มนี้ยืนอยู่คนละฝั่งกับ กลุ่มอาจารย์ในสถาบันการศึกษาเดียวกันที่เคยออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องให้ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งสอดคล้องกับข้อเรียกร้องจาก กลุ่มผู้ชุมนุมในนามคณะราษฎร 2563 ที่พยายามออกแรง กดดัน จี้ให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกมาอย่างเข้มข้น
ล่าสุดการออกมาเคลื่อนไหว ของคณาจารย์ ธรรมศาสตร์ ในนามกลุ่ม อาศรมสังคมวิทยาฯครั้งนี้ กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและถูกจับตาว่า ความขัดแย้งที่ก่อตัวขึ้นภายในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจนำไปสู่การเปิดแนวรบใหม่ระหว่าง “นักวิชาการ” ด้วยกันเอง ก่อนที่จะเกิดการรุกในช็อตต่อไปตามมาอีกไม่นาน
เพราะอย่าลืมว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่นำหน้าโดยแกนนำที่มาจากเยาวชนและนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยนั้น ได้เคยมีการตั้งข้อสังเกตกันมาตลอดว่า เบื้องลึกเบื้องหลังของที่มาของ “ประเด็น” และข้อเรียกร้องที่เต็มไปด้วยความสุ่มเสี่ยงทั้งต่อตัวแกนนำนักศึกษานั้น มี “กูรู” คอยชี้นำ ด้วยหรือไม่ ไปพร้อมๆกับการที่มีการตั้งคำถามถึง “ท่อน้ำเลี้ยง” ที่มีเงินเข้ามาสนับสนุน การทำกิจกรรมชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ไปจนถึงการจาบจ้วงสถาบันนั้น ก็ล้วนได้รับแรงหนุนมาจาก “นักการเมือง” ไปจนถึง “อดีตนักการเมือง” ทั้งในประเทศ ที่หนีคดีอยู่ต่างแดน
น่าสนใจว่าเมื่อมีการย้ายแนวรบ พลิกไปเปิดเกมรุกที่กลุ่มนักวิชาการในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นจะตามด้วยปฏิบัติการกวาดล้าง ตามมาด้วยหรือไม่ !?