ได้ไปต่อโดยไม่ต้องลุ้น เมื่อคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติว่าความเป็นนายกรัฐมนตรีของ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่สิ้นสุดลง โดยองค์คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ได้ออกนั่งบังลังค์อ่านคำวินิจฉัยกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบ มาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 186 วรรคหนึ่ง และมาตรา 184 วรรคหนึ่ง (3) หรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้มีสิทธิที่จะพักอาศัยในบ้านพักรับรองเนื่องจากเคยเป็นอดีตผู้นำสูงสุดของกองทัพบกมาก่อน และไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงแต่อย่างใด ความเป็นนายกฯจึงไม่สิ้นสุดลง ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยออกมาชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความผิด เจ้าตัวได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจกรรมของหมู่บ้านรางวัลพระราชทานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ที่บ้านคลองวัว หมู่บ้านคลองวัว ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม พบปะพี่น้องประชาชนด้วยท่าทีที่ค่อนข้างสบายใจ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม พร้อมทั้งได้พูดกับลุงวัย80ปีที่มารอต้อนรับ ว่าไม่ได้รู้สึกเครียดอะไร “ทุกอย่างเป็นเรื่องของโชคชะตา ซึ่งชะตาเขาลิขิตไว้หมดแล้ว ไม่ได้หนักใจอะไร เราเชื่อมั่นในความดี” แต่สำหรับม็อบราษฎร ที่พากันไปปักหลักรอฟังคำตัดสิน ของศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมไม่มีทางยอมรับได้ นั่นหมายความว่า จากที่เคยหวังว่า “ศาลรัฐธรรมนูญ” จะเป็นทางลง บีบให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลุกออกจากเก้าอี้นายกฯ ก็ไม่เป็นผล ดังนั้นม็อบราษฎร จะต้อง “ออกแรง” ชุมนุมเคลื่อนไหวให้หนักหน่วงมากขึ้นจากเดิมหรือไม่ เพราะอย่าลืมว่าในสายตาของม็อบราษฎรแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ คืออุปสรรคใหญ่ แถมยังมีความอดทน อดกลั้นจนผิดปกติ ไม่ว่าจะขับไล่กดดันแค่ไหน แต่บิ๊กตู่ก็ยังเล่นบท “นิ่ง” เหมือนเดิม สิ่งที่น่าสนใจสำหรับจังหวะการเมืองจากนี้ ต้องโฟกัสไปที่พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาล ว่าจะเดินเกมต่อไปอย่างไร โดยเฉพาะการบริหารจัดการทั้งการเมือง และการออกมาตรการต่างๆเพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจในห้วงที่ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 กำลังกลับมาระบาดรอบใหม่ การบาลานซ์ ทั้งการเมือง การบริหารเศรษฐกิจ ไปจนถึงการรับมือกับโควิด ล้วนแล้วแต่เป็น “งานใหญ่” สำหรับพล.อ.ประยุทธ์ และครม.ทั้งคณะทั้งสิ้น ! ล่าสุดรัฐบาลประกาศ “ข่าวดี” โดยที่ประชุม ศบศ.ได้เคาะมาตรการ “คนละครึ่งเฟส 2” ให้อีก 5 ล้านคน โดยมาตรการมีรูปแบบการดำเนินเช่นเดียวกับระยะแรกที่ภาครัฐจะร่วมจ่าย 50% แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน แต่มาตรการในระยะที่สอง มีรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเปิดให้มีการลงทะเบียนรับสิทธิเพิ่มเติมอีก 5 ล้านคน โดยจะได้รับวงเงินคนละ 3,500 บาท เรียกว่า งานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากจะได้ไปต่ออย่าง “ฉลุย”แล้ว ยังเอาใจพี่น้องประชาชนด้วยการเคาะโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ตามเสียงเรียกร้อง อีกด้วยต่างหาก !