ลุ้นระทึกไปตามๆกัน ว่าที่สุดแล้วคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เวลาบ่ายสามโมงวันนี้ (2ธ.ค.63)จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ ชนิดที่เรียกว่า “บิ๊กเซอร์ไพรซ์” ยิ่งกว่า “ม็อบเบิ้มๆ” ของ กลุ่มผู้ชุมนุมในนามคณะราษฎร 2563 ได้หรือไม่ ? หากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาในทางที่เป็นลบ ต่อ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้ว่าการใช้บ้านพักรับรองของกองทัพบก ทั้งที่เกษียณอายุราชการ ในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ตั้งแต่เดือนก.ย.2557 จนถึงปัจจุบัน นั้นมีความผิดจริง ย่อมส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องพ้นจากสถานะ “นายกรัฐมนตรี” อีกทั้งยังกระทบไปถึง ครม.ทั้งคณะที่จะต้องพ้นไปด้วย สำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการที่ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วยส.ส.ฝ่ายค้าน เข้าชื่อยื่นคำร้องผ่านประธานรัฐสภา ขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ. ประยุทธ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 186 วรรคหนึ่ง และมาตรา 184 วรรคหนึ่ง (3) หรือไม่ จากกรณีพักอาศัยในบ้านหลวง อย่างไรก็ดี กว่าที่คดีสำคัญ จะเดินทางมาถึงวันชี้ขาด ในวันนี้ ก็พบว่า บรรยากาศทางการเมือง เต็มไปด้วยความคึกคักและเข้มข้นอย่างยิ่ง เพราะอย่าลืมว่า สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วย่อมมีทั้ง “กองเชียร์” และ “ฝ่ายต่อต้าน” ที่ประสานเสียงกันทั้งในและนอกสภาฯ ฟากฝั่งพรรคเพื่อไทย กับพรรคก้าวไกล ในฐานะพรรคฝ่ายค้านที่เป็นหัวหอกให้มีการเข้าชื่อ ส.ส. ทั้ง 56 คนจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ย่อมคาดหวังว่าประเด็นที่ตนเองยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยครั้งนี้ จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงขั้นพ้นจากสถานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะพ้องกับความต้องการของกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรที่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก แต่กลับไม่เคยทำได้สำเร็จ ขณะเดียวกัน ทางฝ่ายกองเชียร์เอง ก็เชื่อว่า ที่สุดแล้วพล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้ เหมือนกับที่เคยเจอสถานการณ์หนักหนาสาหัสมาแล้ว ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีจากวันที่นั่งอยู่ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนมาถึงเก้าอี้นายกฯ สมัยที่ 2 แม้แต่พรรคเพื่อไทยเอง ลึกๆแล้วมีรายงานว่าแกนนำของพรรคหลายคนเริ่ม “ทำใจ” พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่รอดปลอดภัย “ได้ไปต่อ” แต่เมื่อมีจังหวะเปิดเกมประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ก็ต้องลุกขึ้นอภิปรายซักฟอกนายกฯ ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะรอดจากคดีบ้านพักหลวง ครั้งนี้ไปได้ก็ตาม แต่อย่าลืมว่าหนทางข้างหน้าสำหรับบิ๊กตู่ ยังต้องเผชิญหน้ากับ “ทางวิบาก” ไม่มีอะไรราบเรียบ ราบรื่น ไปเสียทั้งหมด เพราะม็อบสามนิ้วที่เคยออกแรงขับไล่มาก่อนหน้านี้ จะยิ่งประสานเสียงกับ พรรคฝ่ายค้านในสภาฯเพื่อเปิดเกมรุก เป็น “ภาคต่อ” กันที่นอกสภาฯต่ออีกช็อต รวมทั้งยังจะใช้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็น “ชนวน” เพื่อปลุกเร้ามวลชนออกมาโจมตีองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งถูกมองว่านี่คือเครื่องมือที่ให้การช่วยเหลือ ฝ่ายพล.อ.ประยุทธ์ ครั้งแล้วครั้งเล่า นอกจากนี้สำหรับฝ่ายรัฐบาลเอง เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ รอดจากคดีบ้านพักทหาร ได้จริง สิ่งที่จะเร่งดำเนินการตามมาคือการเปิดเกมรุก ดึงมวลชนและคะแนนนิยมให้กลับคืนมาโดยเร็ว ทั้งผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อสนองต่อความต้องการของประชาชน และยังอาจรวมไปถึงการพลิกเกมเล่น ด้วยการ ปรับครม. เพื่อ รีแบรนดิ้ง ครม.บิ๊กตู่ให้ไฉไล หมดจด ในคราวเดียวกัน !