“ขอให้ผลคำตัดสินออกมาก่อนค่อยว่ากัน อย่าไปคิดล่วงหน้า เมื่อถึงเวลาก็ตัดสินใจง่ายอยู่แล้ว ผลออกมาอย่างไรก็ตามนั้น ทุกอย่างมีคิดแบบระยะสั้นและระยะยาว ผมไม่ได้กังวลอะไร แต่กังวลอย่างเดียวคือการทำอย่างไรให้ประเทศชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์มีความปลอดภัยและเดินไปข้างหน้าได้ เพราะเป็นแกนหลักของประเทศ” บางส่วนบางตอนจากการให้สัมภาษณ์ของ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและเจ้าของรหัส “สนามไชย1” ที่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าว เมื่อถูกซักถามในประเด็นร้อนว่าด้วยการที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดฟังคำวินิจฉัยกรณีพล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่บ้านพักหลวง ในวันพุธที่ 2 ธ.ค.นี้ ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่า ลึกๆแล้วพล.อ.ประยุทธ์ มีความวิตกกังวลหรือไม่ เพราะอย่าลืมว่าผลจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้หากออกมาเป็น “ลบ” ย่อมไม่ได้ส่งผลเฉพาะตัว พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้นหากแต่ยังทำให้ครม.ทั้งคณะ จะต้องไปกันทั้งหมด แต่กว่าจะถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยออกมา ดูเหมือนว่า คลื่นลมทางการเมือง ไม่มีบรรเทาเบาบางลงไปได้ ในทางกลับกันกลายเป็นว่า ทั้ง “ม็อบราษฎร” และ “พรรคฝ่ายค้าน”ต่างออกมาประสานเสียง กดดันให้พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมตัว เตรียมใจเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงยังมีการปล่อยข่าวลือข่าวลวง ผสมปนเปไปกับความพยายามส่งซิก ว่าอาจจะมี “นายกฯสำรอง” เอาไว้ หากเกิดเอกซิเดนท์ขึ้น ว่าพล.อ.ประยุทธ์ มีอันต้องพ้นจากสถานะนายกรัฐมนตรีขึ้นมาจริงๆ มีการโยนชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่าเข้าข่ายมีความเป็นไปได้มากที่สุด จากนั้นเจ้าตัวได้ออกมาปฏิเสธทันทีว่า ไม่เคยหวัง “ส้มหล่น” เพราะสิ่งที่จะหล่นใส่อาจจะกลายเป็นทุเรียนที่มีหนามแหนมแทน ปฏิบัติการเขย่าขวัญ โยนชื่อนายกฯสำรองจากฝ่ายตรงข้าม ไปจนถึงการกดดันจากผู้ชุมนุมด้วยหวังว่า จะได้เห็น พล.อ.ประยุทธ์ หลุดจากสถานะหัวหน้ารัฐบาล ให้จงได้ โดยอ้างว่านี่คือ “บันได” ที่พล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถใช้เป็นทางลง ที่ดีที่สุด แต่ถึงกระนั้น ดูเหมือนว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่หรือไป จะด้วยคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 2ธ.ค.หากออกมาในทางที่เป็นโทษ ต่อตัวเขาจริง ย่อมไม่ใช่ “คำตอบ” ที่จะทำให้ ผู้ชุมนุมพึงพอใจ โดยเฉพาะ แกนนำและ “คนที่อยู่เบื้องหลัง” ม็อบราษฎร เพราะการต่อสู้ของแกนนำม็อบราษฎร ตลอดจนคนที่อยู่ข้างหลังได้ “เลยธง” ไปถึงการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์มานานแล้ว หรืออาจชี้ชัดได้ว่า แท้จริงแล้ว ข้อเรียกร้องของการชุมนุมครั้งนี้มีเพียงข้อเดียว คือการปฏิรูปสถาบันเท่านั้น ! แต่การอยู่ต่อ ของพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี อาจสร้างความยากลำบากต่อการชุมนุมเคลื่อนไหว ไม่น้อย เพราะนอกจากจะไม่เล่นตามเกมของผู้ชุมนุมด้วยการสั่งใช้ “ยาแรง” เข้าสยบความรุนแรง จาบจ้วงสถาบันของผู้ชุมนุมแล้ว ยังกลายเป็นว่า บิ๊กตู่ อดทนอดกลั้น จนผิดสังเกต 2 ธ.ค.นี้อาจไม่ใช่เกมสุดท้ายที่จะชี้ขาด การต่อสู้ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ กับผู้ชุมนุม บนกระดานนี้ เพราะฝ่ายรัฐบาลอาจเลือกทางสำรอง ที่กฎหมายได้เปิดช่องเอาไว้ได้ต่อไป หรืออาจไม่ต้องเลือกทางใดทางหนึ่งเลย เมื่อคำวินิจฉัยออกมาในทางที่เป็นบวก ในท้ายที่สุด !