โหมโรง ระดมมวลชนกันมาหลายวัน ก่อนถึงวันนี้ 25พ.ย.63 เมื่อ "ม็อบราษฎร" นัดชุมนุม เพิ่มแรงกดดันต่อสถาบันด้วยความจาบจ้วง และจงใจ โดยแกนนำประกาศปักหมุด ชุมนุมที่บริเวณหน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ กทม. ท่ามกลางการปลุกประเด็นว่าด้วยการทำปฏิวัติรัฐประหารจาก "แกนนำม็อบ" อย่างต่อเนื่อง โดยมี "กองทัพ"เป็น "ตัวละครหลัก" ขณะเดียวกัน การจัดอีเว้นท์ นัดชุมนุมเคลื่อนไหวของแนวร่วมเครือข่ายทั้งในกทม.และเขตรอบนอก เพื่อหล่อเลี้ยงกระแส ตรึงมวลชนเอาไว้ให้ได้มากที่สุด รอจนถึงดีเดย์ 25 พ.ย. นัยว่านี่คือการชุมนุม ครั้งสำคัญ หวังรุกเข้าใกล้เป้าหมายหลัก นั่นคือ "การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์" เพราะไม่เช่นแล้ว คงไม่ประกาศนัดหมายกันหน้าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แน่นอนว่า เมื่อม็อบราษฎร และแกนนำช่วยกันโหมประโคม "ข่าวลือ" โดยเอาตัวเองเป็นตัวล่อ ทั้งการปล่อยข่าวว่าจะมีการใช้ "มาตรา 112"มาใช้ดำเนินคดี ในข้อหาจาบจ้วง ดูหมิ่นสถาบัน ไปจนถึงการปูดข่าวว่าจะมีการ "อุ้ม" แกนนำ เพื่อสกัดการชุมนุม เมื่อแกนนำลงทุนเล่นจริง แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลของ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และ "กองทัพ" ไม่เอาด้วย การออกแรงของฝ่ายผู้ชุมนุมจึงต้องมากขึ้นไปตามลำดับ ยิ่งล่าสุด "บิ๊กบี้"พล.อ.ณรงพันธ์ จิตแก้วแท้ ผบ.ทบ. ออกมาระบุแล้วว่าขอให้สื่ออย่าเชื่อ "ข่าวลือ"ที่ว่าด้วย "รัฐประหาร" แถมยังเอาไปเชื่อมโยงกันเรื่องที่มีเฮลิคอปเตอร์ บินต่ำในกรุงเทพฯ นั้นแท้จริงแล้วคือการสนับสนุนภารกิจขบวนเสด็จ "ผมบอกว่า นักข่าวควรกลับไปพักผ่อนเยอะๆ เห็นหรือไม่ว่าเป็นเฟคนิวส์มาแล้วกี่ครั้ง ผมไปตรวจราชการชายแดน แต่ก็มีข่าวว่าผมไปประชุมที่โน้นที่นี่ตามที่มีกระแสข่าวเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา พอข่าวไม่เป็นจริง ถามว่าใครรับผิดชอบ เมื่อข่าวไม่เป็นจริง ทำไมไม่ถามกลับไปบ้างว่าทำให้หลอกลวงประชาชน ทำไมไม่มีกระแสตีกลับว่าหลอกลวงประชาชน กี่ครั้งแล้วที่มีข่าวแชร์ออกมาอย่างนี้ ดังนั้นการบริโภคข่าวต้องมีสติ ต้องเช็คและตรวจสอบก่อน อย่าไปเชื่อ" (24พ.ย.63) หากถามว่าเหตุใด พล.อ.ประยุทธ์ และ บิ๊กบี้ ผบ.ทบ. จะต้องใช้ "ยาแรง" เพื่อรับมือกับการชุมนุมของกลุ่มราษฎร ซึ่งกำลังยกระดับความก้าวร้าว หยาบคาย และจาบจ้างสถาบัน โดยไม่สนใจว่าพสกนิกรชาวไทยที่รักและเทิดทูนสถาบันจะยอมรับได้หรือไม่ ก็เป็นเพราะทั้งคู่ ต่างประเมินสถานการณ์ออกว่า ที่สุดแล้วม็อบราษฎร ที่มี "คนรุ่นใหม่"เป็นแกนนำ เดินอยู่หน้าขบวนนั้น ย่อมไม่สามารถ ยกระดับความรุนแรง ไปสู่การปะทะกันได้ เพราะลึกๆแล้ว ฝ่ายแกนนำม็อบเองก็รู้ดีว่า การที่ฝ่ายความมั่นคง ใช้เพียง "กฎหมาย" และ "เจ้าหน้าที่ตำรวจ" ออกมาประดาบกับผู้ชุมนุมที่หน้าป้อมค่ายนั้น ด้วยเชื่อว่า "ยังเอาอยู่" พร้อมๆกันนั้นยังพยายามใช้กลยุทธ์ "แยกปลาออกจากน้ำ" ดึงเยาวชน เด็กนักเรียน นักศึกษา ให้ถอยห่างออกจากการชุมนุมให้มากที่สุด การจับกุม "โตโต้" ปิยะรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดWevo เมื่อวันที่ 24 พ.ย.63 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากการขึ้นเวทีปราศรัยเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ที่ จ.อุบลราชธานี ขณะที่ปิยรัฐขับรถอยู่ที่บริเวณสนามหลวง 2 โดยตำรวจจะนำตัวไปทำบันทึกการจับกุมที่ สน.ศาลาแดง และคาดว่าจะนำตัวไปศาลจังหวัดอุบลฯ คือการสะท้อนให้เห็นว่า แท้จริงแล้วเหตุใด "กองทัพ" จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง "ขยับ" ให้เสียรังวัด เพราะกลยุทธ์แยกปลาออกจากน้ำ ควบคู่ไปกับการลดทอนความแข็งแกร่งของม็อบที่มี เด็กนักเรียนนักศึกษา เป็นเหมือนตัวประกัน นั้นต้องใช้เวลาและใจเย็นมากกว่าปกติ !