สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยกำลังเริ่มโงหัวขึ้นจากจุดต่ำสุด หลังจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ประกาศจีดีพีในไตรมาส 3 ติดลบ 6.4% ซึ่งดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้านี้ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ ปีนี้จีดีพีจะเติบโตติดลบน้อยกว่า 7.7% และมีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวเป็นบวกได้ในปี 2564 ที่ระดับ 4%
โดยการใช้จ่ายของประชาชนในไตรมาส 3/2563 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 6.3% แต่ยังติดลบ 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนตุลาคม 2563 อยู่ที่ระดับ 86.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 85.2 ในเดือนกันยายน 2563 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนการลงทุนภาครัฐเป็นบวกที่ 18%
โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชื่อว่า หากสามารถเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าขณะนี้วงเงินกู้ตาม พ.ร.ก.เงินกู้ฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท ยังเพียงพอสำหรับช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้กับภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ และเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม จึงยังไม่จำเป็นต้องขยายกรอบการกู้เพิ่ม
ขณะเดียวกัน นายอาคม ยังได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ปี 2564 หลังคณะรัฐมนตรี อนุมัติวงเงิน 2.85 แสนล้านบาท ตั้งเป้าหมายการใช้จ่าย 95% เพื่อเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้มากที่สุด โดยการขับเคลื่อนโครงการสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน เป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) ระหว่างปี 2559-2563 วงเงิน 8.31 แสนล้านบาท และโครงการปี 2563 ที่อยู่ระหว่างการนำเสนอและเตรียมเสนอกับคณะกรรมการพีพีพี 2.47 แสนล้านบาท รวมเป็น 1.1 ล้านล้านบาท
อีกด้านหนึ่ง เรื่องของสาธารณสุข มีความเห็นของ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาเตือนผ่านผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanara แสดงความกังวลต่อการลดวันกักตัวของรัฐบาลโดยประเมินว่า หากลดวันกักตัวต้อนรับปีใหม่ คาดการณ์ว่ามีนาคมปีหน้าคงมีโอกาสเห็นลักษณะเดิมแบบไตรมาสแรกของปีนี้ แต่อาจไม่จบแบบเดิม เพราะระบาดซ้ำจะเร็ว กระจายวงกว้าง ยอดติดเชื้อสูงสุดต่อวันจะสูงกว่าระลอกแรก 4-10 เท่า หาต้นตอลำบาก ใช้เวลาคุมนานกว่าเดิมอย่างน้อย 1.5 เท่า
ขณะที่นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งข้อสังเกต ว่าขณะนี้มีการแพร่ระบาดของไวรัสโรคทางเดินหายใจ ทั้ง RSV และ Rhinvirus เป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่า มาตรการการดูแลโรคทางเดินหายใจ เริ่มถดถอย
ทั้งนี้ข้อสังเกตของนพ.ยง สะท้อนถึงมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย
ฉะนั้น แม้ที่ผ่านมาไทยจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ดี จนองค์การอนามัยโลก หรือ WHOได้กล่าวชื่นชม และยกให้เป็นสุดยอดตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ไวรัสสามารถควบคุมได้แม้ปราศจากวัคซีน ด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รัฐบาล ทั้งสังคม
เราจึงเห็นว่า การเดินเครื่องเศรษฐกิจ จำเป็นต้องรักษาสมดุลด้านสาธารณสุขด้วย ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การติดตามควบคุม ไม่ให้เกิดการเชื้อหลุดรอด ด้วยหากมีการกลับมาระบาดระลอกสอง สถานการณ์อาจเลวร้ายกว่าในปัจจุบันจนกู่ไม่กลับ