ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน ปรากฎว่า "พรรคเพื่อไทย" พลิกเกมกลับไป กลับมาถึงสองรอบ !
เวลา 14.30 น. "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร แถลงร่วมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง7 ฉบับ หมายความว่า พรรคเพื่อไทยจะรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่เสนอโดย ไอลอว์ ด้วย
ทั้งที่ในวันเดียวกัน เมื่อช่วงเช้า 09.20 น. " สุทิน คลังแสง" ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ "กลับลำ" มติพรรคร่วมฝ่ายค้าน ด้วยการระบุว่า ขอรอฟังการอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนพรรคจึงจะตัดสินใจรับหลักการ
การให้สัมภาษณ์ของสุทิน ประธานวิปฝ่ายค้าน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในพรรคร่วมฝ่ายค้าน เหตุใด พรรคเพื่อไทย จึงไม่ยืนอยู่ในจุดเดิมตามที่ได้แถลงร่วมกันเอาไว้ ว่าพรรคฝ่ายค้านจะรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ
เมื่อพรรคเพื่อไทยส่งสัญญาณ "เท" ไม่เอาด้วยกับ "ม็อบราษฎร"ที่เพิ่งนัดหมายชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลและสว.รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา
มิหนำซ้ำยังเหมือนเป็นการ "หักหลัง" พรรคก้าวไกล พรรคฝ่ายค้านที่มีจุดยืนชัดเจนว่ายืนข้างม็อบสามนิ้ว จนทำให้ "ปิยบุตร แสงกนกกุล" แกนนำคณะก้าวหน้า ต้องร่อนจดหมายเปิดผนึกถึงพรรคเพื่อไทย ด้วยการเขียนเฟชบุคส่วนตัว กดดันผ่านสาธารณชน ว่าเป็นการ "ถอย" ของพรรคเพื่อไทยที่จะทำให้มวลชนสิ้นหวัง
" การถอยครั้งนี้ ถอยในห้วงเวลาที่มีประชาชนมหาศาลสนับสนุน ย่อมทำให้ประชาชนสิ้นหวังกับสถาบันการเมืองในระบบทั้งหมด เมื่อรัฐสภาไม่ทำให้พวกเขา ประชาชนก็ต้องลงมือทำกันเอง"
การกลับไป กลับมาของพรรคเพื่อไทยต่อท่าทีการรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ ซึ่งอ้างว่าจะเป็นฉบับจากภาคประชาชนเช่นนี้ กำลังทำให้ถูกตีความว่าแท้จริงแล้ว พรรคเพื่อไทย กำลังหวั่นไหวและ วิตกกังวลกับอะไร กันแน่
จะเป็นเพราะต้องการ "เล่นกับกระแส" เท่านั้นหรือ เพียงเพราะเห็นมีฝ่ายคัดค้านร่างฉบับไอลอว์ จึงเลือกส่งสัญญาณ "ถอย" ในตอนเช้า แต่เมื่อไม่ทันข้ามวัน เมื่อ "ม็อบราษฎร"ปรากฎตัวล้อมรัฐสภา ด้วยท่าทีขึงขัง อีกทั้งกลายเป็นฝ่าย "ล้อมกรอบ" ทั้งรัฐสภา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่กลัวแก๊สน้ำตา และพลุควัน การเปลี่ยนท่าที เปลี่ยนจุดยืนจึงมีขึ้นอย่างที่เห็น
การพลิกพลิ้วของพรรคเพื่อไทย ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ลึกๆแล้ว อย่าลืมว่าทิศทางของพรรคเพื่อไทยนั้นไม่ได้ถูกกำหนดและวางเกมการเล่นโดย หัวหน้าพรรคที่ชื่อสมพงษ์ เพียงคนเดียว หากแต่ยังเชื่อมโยงกับ "เจ้าของพรรคตัวจริง" ที่อยู่ต่างประเทศ ว่าเมื่อใดควรเล่นเกมใด เมื่อใดควรเล่นไพ่หน้าไหน
หรือลึกๆแล้ว แท้จริงแล้ว พรรคเพื่อไทยเองก็ประเมินเช่นกันแล้วว่าถึงอย่างไรร่างฉบับไอลอว์ มีอันต้องตกไป ไม่ผ่านการโหวตจากที่ประชุมรัฐสภา อยู่แล้ว
หรือยังเป็นเพราะว่า ลึกๆแล้ว พรรคเพื่อไทยเองก็รู้ดีว่า การต่อสู้ของผู้ชุมนุมม็อบราษฎร เองอยู่ในภาวะที่ยังยากที่จะหักเอาชัยชนะ ได้ในคราวเดียวกัน !