ไม่มีอะไรที่เกินไปจากความคาดหมาย ว่าที่สุดแล้ว "ความรุนแรง" จะผุดขึ้น กระจายออกไปทั่วบ้าน ทั่วเมือง เมื่อแนวคิด และอุดมการณ์ทางการเมือง เดินไปสู่ความขัดแย้ง และที่สำคัญไปกว่านั้นเมื่อมี คนบางกลุ่ม ในนามมวลชน "กลุ่มราษฎร" ชูข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยท่าทีก้าวร้าว หยาบคาย
และเมื่อยังพบว่ามี "นักการเมือง" แสดงตัวให้การสนับสนุน แนวคิดที่ว่าด้วยการปฏิรูปสถาบัน จนนำมาสู่การขัดแย้งทางความคิด อย่างชัดเจน การที่ผู้ชุมนุมในนามกลุ่มราษฎร และนักการเมือง จากพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย รวมทั้งแกนนำจากคณะก้าวหน้า เปิดหน้าเล่น กลายเป็นทั้งแนวร่วม ไปจนถึงการเป็น "คีย์แมน" ส่งสารแสดงจุดยืนที่มีต่อสถาบัน ต่างกรรม ต่างวาระ แต่สะท้อนเป้าหมายที่ชัดแจ้งว่าต้องการแตะสถาบัน
จึงทำให้ประชาชนคนไทยจำนวนมาก ที่รักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่อาจยอมรับได้ ที่สุดแล้วจึงนำมาซึ่งการแสดงออกในเชิงต่อต้าน "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" แกนนำคณะก้าวหน้าที่เดินสาย หาเสียงให้กับผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตามจังหวัดต่างๆ
ควาามเคลื่อนไหวเมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อธนาธร โดนประชาชนที่สวมเสื้อเหลือง รวมตัวกันชูป้ายขับไล่ ระหว่างลงพื้นที่เพื่อไปช่วย นพ.อิสระ หัสดินทร์ ผู้สมัครนายก อบจ.นครศรีธรรมราช หาเสียง ปรากฎว่ามวลชนคนเสื้อเหลืองได้พากันเข้ามารุมล้อมรถยนต์ พร้อมทั้งตะโกนด่าทอ ใช้ด้ามธงตีไปที่รถ เพราะเชื่อว่าธนาธร นั่งอยู่ในรถยนต์คันดังกล่าว จนเกิดเหตุชุลมุน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าไประงับเหตุ และกันมวลชนออก
แน่นอนว่าภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ธนาธร และคณะได้เจอกับการต่อต้านจากแม่ค้า ประชาชน ที่จังหวัดระยอง เพื่อช่วยหาเสียงให้แก่ผู้สมัคร ที่ลงสมัครนายกอบจ.ระยอง เมื่อวันที่ 10 พ.ย.โดยมีแม่ค้านำรูปในหลวง รัชกาลที่9 เข้ามาถามธนาธร ว่าสถาบันไม่ดีตรงไหน ?
สำหรับธนาธรแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นจากนี้มีแนวโน้มว่าอาจจะเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้น และจะขยายออกไปเป็นวงกว้าง จนเกิดเป็น "โมเดล" ที่ฝ่ายเทิดทูนสถาบัน จะนำมาใช้เคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกันเพื่อต่อต้านไปยังธนาธร
อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์อันเป็นลบ ที่กำลังเกิดขึ้นกับธนาธร รวมทั้ง "แกนนำ" ของคณะก้าวคนอื่นๆไม่ว่าจะเป็น "ช่อ" พรรณิการ์ วานิช หรือ "ปิยบุตร แสงกนกกุล" คงไม่สร้าง "ผลกระทบ" ในทางการเมืองมากนัก แต่เมื่อในห้วงเวลานี้ คือการขับเคี่ยว แข่งขันกันระหว่างพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองเพื่อชิงเก้าอี้ สมาชิกและนายกอบจ. โดยการเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 20 ธ.ค.นี้
อย่าลืมว่าศึกเลือกตั้งระดับท้องถิ่น รอบนี้เป็นสนามการเมืองที่หลายพรรค หลายฝ่ายต่างเฝ้ารอคอยมายาวนาน และสำหรับคณะก้าวหน้า ที่มาจากพรรคอนาคตใหม่ต้องการเช็คกระแส หยั่งเชิง ไปจนถึงกวาดที่นั่งสมาชิกและนายกอบจ. เพื่อแข่งกับทุกพรรคการเมือง ไม่เว้นแม้แต่ "พรรคเพื่อไทย" ที่แม้จะเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน ด้วยกันเองก็ตาม
นั่นหมายความว่า ยิ่งแกนนำคณะก้าวหน้า อย่างหัวขบวน คือ ธนาธร ต้องเผชิญหน้ากับกระแสต่อต้าน ขับไล่ตามที่ต่างๆ ในต่างจังหวัดต่อเนื่องมากเท่าใด ย่อมทำให้ "ผู้สมัคร"ในสังกัดต้องได้รับความเสียหายตามมาโดยไม่ต้องสงสัย !