บทบรรณาธิการสยามรัฐ นำเสนอและกระตุ้นให้ทุกฝ่ายเล็งเห็นความสำคัญของการเลือกตั้งท้องถิ่นมาตลอด ไม่เพียงเป็นการให้ความสำคัญในการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นเพียงเท่านั้น หากแต่การเลือกตั้งท้องถิ่นในห้วงวิกฤติเช่นนี้ ยังจะเป็นทางออกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการเมือง เป็นรูระบายความอัดอั้นของฝ่ายการเมืองและประชาชน ขณะที่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก แม้ที่ผ่านมาจะมีความพยายามส่งสัญญาณว่ามีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้นในปลายปีนี้อย่างแน่นอน แต่ก็ยังไม่มีกำหนดวันที่ชัดเจนออกมา ซึ่งหากยังไม่มีกำหนดวันที่ชัดเจน ทำให้หลายฝ่ายยังไม่มั่นใจ เนื่องจากเมื่อปีที่แล้วก็มีการคาดการณ์ว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้น แต่สุดท้ายก็ต้องคอยเก้อ ด้วยการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่เพียงว่างเว้นการเลือกตั้งมานานหลายปี แต่เนื่องจากรัฐบาลมีการประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นหลังการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไป 90 วัน แต่สุดท้ายก็ยื้อออกไป กระทั่งมีกระแสข่าว อ้างเรื่องปัญหางบประมาณ และมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ต้องใช้กลไกของท้องถิ่น เสมือนเตะถ่วงเรื่อยมา ขณะที่บรรดาพรรคการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายค้าน อย่างพรรคเพื่อไทยเฝ้ารอการเลือกตั้งท้องถิ่นเพื่อเป็นบทพิสูจน์ฐานเสียงอีกครั้ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ แตกแบงก์พันออกไป กระจายไปอยู่กับสีส้มบ้าง และอยู่กับฟากของพรรคร่วมรัฐบาลบ้าง การเลือกตั้งท้องถิ่นจึงเป็นเครื่องมือสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มก้าวหน้า ที่เดินสายอย่างหนัก โหมโรงเลือกตั้งท้องถิ่นมาก่อนหน้านี้ ทำให้มีการคาดการณ์ว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นจะมีความดุเดือดและร้อนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม กกต.ยืนยันมาตลอดว่ามีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง โดยขอให้แจ้งมาภายใน 1 เดือน ก็สามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ ดังนั้นรัฐบาลไม่มีทางอื่นใด ที่จะบ่ายเบี่ยง และเลื่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นออกไปได้อีก แม้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลไม่กล้ากำหนด ทำได้เพียงพยักหน้าอนุญาตว่า ขณะนี้ให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.จะเป็นผู้ไปประกาศกำหนดวัน เมื่อเป็นแบบนี้วันหยุดที่ 13 ธ.ค.จึงเป็นการดี หากให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น อบจ. ที่จะมีการเลือกตั้งทั้งประเทศนั้น ก็จะใช้วันหยุดยาวเดินทางไปต่างจังหวัด ซึ่งจะได้ใช้สิทธิเลือกตั้งและหยุดยาวด้วย ดูสมประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย แต่หาก กกต.ประกาศวันเลือกตั้งท้องถิ่นคือ วันที่ 20 ธ.ค. เหตุผลนี้อาจจะใช้ไม่ได้ โดยได้มีการคุยกันไปบ้างแล้วอย่างไม่เป็นทางการ ต้องรอให้ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพราะเป็นอำนาจของ กกต. ขณะที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยไปหารืออย่างไม่เป็นทางการร่วมกับพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และจะให้หารืออย่างเป็นทางการอีกครั้งให้แล้วเสร็จและได้ข้อสรุปคาดว่าภายในต้นเดือนตุลาคมนี้ จากนั้นจะแถลงข่าวเรื่องการเลือกตั้งให้สื่อมวลชนรับทราบทันที ทั้งนี้เมื่อหารือกับกกต.ได้ข้อสรุปแล้วก็ทำเรื่องเข้าให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่มีทางอื่นใด รัฐบาลก็จำเป็นต้องโดดลงสนามเลือกตั้งท้องถิ่น แม้พรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพรรคพลังประชารัฐเอง จะมีเดิมพันสูง ที่แพ้ไม่ได้ ด้วยผลแพ้-ชนะของพรรคพลังประชารัฐ ยึดโยงกับรัฐบาล อย่างมีนัยสำคัญ กระนั้น หากรัฐบาลยังจะยื้อการเลือกตั้งท้องถิ่นออกไปอีก ก็อาจถูกมองได้ว่ารัฐบาลกำลังเตรียมบันไดหนีไฟด้วยการยุบสภา เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นชุดเดิมเป็นกำลังสำคัญในการสู้ศึกเลือกตั้ง แล้วหวนกลับคืนสู่อำนาจอีกครั้งใช่หรือไม่