การล้อเลียน ดูหมิ่น สถาบันพระมหากษัตริย์บนเวที “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม การนำเอาผู้ต้องหาหนีคดีม.112 และลี้ภัยต่างประเทศทั้ง 2 คน พร้อมข้อความและตราสัญลักษณ์ที่ส่อไปในทางหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกคนไทยที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การกระทำดังกล่าว เหมือนจงใจที่จะยั่วยุให้เกิดการดำเนินคดีตามมาตร 112 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า “ทำไมมาตรา 112 ถึงไม่ถูกดำเนินคดี เพราะทรงมีพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ ได้กำชับมากับผมโดยตรง ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการใช้ไหม ม.112 ก็ละเมิดกันไปเรื่อย เพราะฉะนั้นทุกคนที่อยู่ในประเทศมีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ก็ต้องช่วยกันด้วย” กระนั้น ในการจับกุมแกนนำนักเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ ทั้งนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก ในความผิด 8 ข้อหานั้น ไม่มีความผิดตามมาตรา 112 แต่อย่างใด ทั้งนี้ ในความเห็นของนายเอกพันธุ์ ปิณฑวณิช รักษาการ ผอ.สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล ระบุถึง การเอ่ยถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสถาบันและพระมหากษัตริย์ ว่าเป็นเรื่องที่ต้องแยกแยะ 2 ประเด็นนี้ เผยแพร่ทางเพจเฟซบุ๊ก ที่นี่ ThaiPBS ตอนหนึ่งระบุว่า “ในฐานะคนที่ทำงานเรื่องความขัดแย้ง การพัฒนาประชาธิปไตย การพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเรื่องปกติ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันทางการเมืองและสังคม ไม่ว่าจะเป็นอำนาจการปกครอง หรือว่าอำนาจทางตุลาการหรือนิติบัญญัติ ผูกพันธ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเราพูดถึงสถาบันหลักสูงสุดของสังคมไทยเป็นเรื่องปกติที่เราพูดถึงในเชิงวิชาการว่า จะมีปฏิสัมพันธ์อย่างไร องคาพยพของสังคมจะมีความผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร เป็นเรื่องปกติที่พูดคุยกันได้ อีกประเด็นหนึ่งในแง่มุมที่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ต่อองค์พระมหากษัตริย์ หนึ่ง สถาบันพระมหากษัตริย์และตัวพระมหากษัตริย์เองได้รับการปกป้องตามรัฐธรรมนูญในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นการพูดถึงการวิพากษ์วิจารณ์ ก็ควรยึดหลักการในรัฐธรรมนูญเป็นที่ตั้ง ในขณะเดียวกัน ถึงแม้เราอาจจะไม่เข้าใจว่า รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าอย่างไร แต่ว่าโดยปกติวิสัยของคนทั่วไปการวิพากษ์สถาบันใด สถาบันหนึ่ง หรือบุคคลใด บุคคลหนึ่ง โดยเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์ที่ดำรงพระอิสริยยศสูงที่สุดในประเทศไทย ก็อาจจะต้องมีสิ่งที่เรียกว่าเป็น มารยาทในการพูดถึง อันนี้เป็นหลักสำคัญที่เราจะต้องคิดอยู่เสมอเวลาพูดถึงเรื่องนี้” อย่างไรก็ตามไม่ใช่เรื่องมารยาทเพียงเท่านั้น เพราะถึงแม้ต่อจากนี้ไป จะมีการยกเลิกมาตรา 112 หรือไม่อย่างไร แต่ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญานั้นมีอยู่ ดังที่ นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ โพสต์ให้ความรู้ด้านกฎหมายเอาไว้ว่า แม้บุคคลนั้นจะไม่ได้เอ่ยชื่อ หรือ เจาะจงว่าเป็นใคร แต่ถ้าบุคคลที่สาม ฟังและเข้าใจได้ว่าบุคคลนั้นๆ เป็นใคร และรวมถึงผู้เสียหายหรือโจทก์พิสูจน์ได้ว่า ผู้ที่หมิ่นประมาทมีเจตนาให้บุคคลอื่นที่ได้ฟังเข้าใจได้ว่าบุคคลนั้นคือตนเอง และอาจได้รับความเสียหาย แม้จะไม่ระบุชื่อก็ถือได้ว่าเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ฉะนั้น พี่น้องประชาชนที่ติดตามการปราศรัยของแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม เห็นภาพบนเวที ตราสัญลักษณ์ต่างๆ และป้ายข้อความที่เผยแพร่ตามสื่อโซเชียลมีเดีย นั้นสามารถพิจารณาได้ว่า เป็นการดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายโดยไม่เป็นธรรม หรือเป็นการติชมโดยสุจริตหรือวิจารณ์เชิงวิชาการ