จะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ ต้องหาจังหวะที่เหมาะสม ในขณะที่ม็อบนักศึกษาเดินเกมแรง ยกระดับข้อเรียกร้องหมิ่นเหม่ที่จะก่อให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยประวัติศาสตร์ 6 ตุลา 19 ก่อนจะถึงวันฝีแตก รัฐบาลจะต้องขยับเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ขณะเดียวกันต้องชิงจังหวะเปิดเกมเลือกตั้งท้องถิ่น ส่งสัญญาณเตรียมพร้อมในการเลือกตั้ง เปิดรูระบายทางการเมือง ดึงการเมืองท้องถนน เข้ามาสู่สนามเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ ปลุกให้เกิดความตื่นตัวทั่วประเทศ ผลพลอยได้จะตกกับเศรษฐกิจที่ซึมมาจากพิษการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่รอการฟื้นตัวอยู่ก็จะกลับมาคึกคัก ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดขึ้นภายในปลายปีนี้ กระนั้นประเด็นที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย สื่อสารในการตอบกระทู้ถามวุฒิสภาถึงการเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กลายเป็นวาทกรรมระหว่างกระทรวงมหาดไทย กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยพล.อ.อนุพงษ์ ระบุว่า ต้องรอให้คณะรัฐมนตรีประกาศรูปแบบการเลือกตั้งของท้องถิ่นก่อน จากนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)จึงจะเป็นผู้ประกาศวันเลือกตั้ง ส่วนการเตรียมความพร้อมในปัจจุบันนั้นพบว่า กกต.ยังไม่มีความพร้อมด้านการอบรมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในการเลือกตั้งท้องถิ่น ส่วนกระทรวงมหาดไทยนั้นต้องรอการยกระดับฐานะขององค์กรท้องถิ่นอีก 5 แห่ง โดย 4 แห่งรอการประกาศ และอีก 1 แห่งอยู่ระหว่างดำเนินการ อีกทั้งเรื่องงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติม หลังจากมีสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกัน เช่น ซื้อเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ หรือเจลล้างมือ ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ระบุว่า หากพบว่างบประมาณของท้องถิ่นไม่เพียงพอ ก็สามารถจัดสรรงบกลางเพื่อดำเนินการได้ แต่อาจต้องใช้เวลา เพราะต้องขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ส่งผลให้นายปกรณ์ มหรรณพ และนายฐิติเชฎฐ์ นุชนาฎ กรรมการการเลือกตั้ง ร่วมกันแถลงยืนยันว่า กกต.มีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่กระทรวง มหาดไทยมีเอกสารลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ยังไม่พร้อมสำหรับการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น เพราะท้องถิ่นบางส่วนยังไม่สามารถดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งได้ โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา 3 แห่ง จ.ระนองและลพบุรีอย่างละ 1 แห่ง “สำนักงาน กกต. แถลงและมีข้อมูลยืนยันให้สื่อมาตลอด แต่รมว.มหาดไทย กล่าวเช่นนี้ทำให้กกต.ตกเป็นจำเลยของสังคมว่า ไม่พร้อมสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น เรียนไปยังรมว.มหาดไทย และรัฐบาลว่า หากมีความจริงใจในการกระจายอำนาจและการเลือกตั้งท้องถิ่น ขอให้แจ้งมายังกกต.เพื่อให้กกต.กำหนดวันเลือกตั้ง โดยขอให้แจ้งมาภายใน 1 เดือนนับแต่วันนี้ เพื่อให้กกต. ดำเนินการประกาศวันเลือกตั้ง และจัดการเลือกตั้งให้เสร็จเรียบร้อยภายในปีนี้ หาก กกต.ได้รับแจ้งแล้วไม่สามารถดำเนินการเลือกตั้งให้เรียบร้อยในปีนี้ได้ ผมยินดีรับผิดชอบและจะพิจารณาตัวเอง กกต.ทั้ง 7 คนมาตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะผมมาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เราไม่ได้มาจากรัฐบาลหรือ คสช. ดังที่นักวิชาการหรือนักการเมืองหลายพรรคกล่าวอ้าง แต่เราไม่โต้ตอบเพราะเป็นสิทธิที่ท่านจะมีความเห็นและวิจารณ์ได้ แต่บางครั้งต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเรา เราทำตามกฎหมายมาตลอด แต่เมื่อถูกกล่าวอ้างเช่นนี้คิดว่า ไม่เป็นธรรมจึงต้องเรียกร้องในส่วนนี้” อย่างไรก็ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตกผลึกร่วมกัน และเร่งผลักดันไทม์ไลน์ที่ชัดเจนออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณและความพร้อมในการเตรียมการด้านต่างๆ หากปล่อยให้ล่าช้าออกไป อาจมีปัจจัยแทรกซ้อนจนไม่ได้อยู่จัดเลือกตั้ง