สงครามไวรัสโควิด-19 ยังไม่รู้จุดจบ ปัญหาภัยธรรมชาติที่ประเทศไทยต้องเผชิญเป็นประจำทุกปี ก็หมุนเวียนมาตามวงรอบ ทำให้สถานการณ์สุ่มเสี่ยงและท้าทายอย่างยิ่ง ในอันที่จะส่งผลกระทบต่อปัญหาการดำรงชีวิตของประชาชน และสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยข้อมูลจากกรมชลประทาน โดยนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ความต้องการใช้น้ำทั่วประเทศ 31,351.15 ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่มีน้ำต้นทุนประมาณ 11,654 ล้าน ลูกบาศก์เมตร (ณ วันที่ 1 พ.ค.2563) ซึ่งต้องบริหารจัดการน้ำให้มีเพียงพอสำหรับการใช้น้ำตลอดฤดูฝน 2563 และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ปี 2563/64 ส่งผลให้ต้องบริหารจัดการน้ำเพื่อความต้องการของทุกภาคส่วนภายใต้ปริมาณน้ำต้นทุนที่มีจำกัด ซึ่งกรมชลประทานได้แนะนำให้เกษตรกร โดยเฉพาะชาวนา เพาะปลูกได้ก็ต่อเมื่อมีฝนตกและมั่นใจว่าจะตกต่อเนื่อง ไม่ทำให้พืชเกษตร หรือข้าวเสียหาย เพราะกรมชลประทานให้ทำนาปีด้วยน้ำฝน เนื่องจากน้ำต้นทุนที่มียังจำกัด ขณะเดียวกัน กรมชลประทาน ต้องเตรียมมาตรการรับมือพื้นที่เสี่ยงจากอุทกภัยน้ำหลาก ปี 2563 หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 พ.ค.2563 ซึ่งทั่วประเทศ จะมีบางพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และมีบางพื้นที่จะมีฝนตกหนัก จนอาจเกิดน้ำท่วม โดยเดือนพ.ค.-ก.ค.พื้นที่ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บางพื้นที่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมถึงภาคใต้ตอนกลาง มีปริมาณฝนตกต่ำกว่าปกติ และระหว่างเดือนมิ.ย.-ก.ค. ฝนจะทิ้งช่วงโดยเฉพาะพื้นที่ แล้งซ้ำซาก เดือนส.ค.-ต.ค.พื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนมีฝนตกต่ำกว่าปกติ แต่ช่วงเดือนส.ค.-ต.ค.ระวังอาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย 1-2 ลูก ขณะที่พื้นที่เสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วม น้ำหลาก ระหว่างเดือน พ.ค.-มิ.ย.ใน 3 จังหวัดอาจมีน้ำล้นตลิ่ง คือ จันทบุรี เลย และศรีสะเกษ เดือน ก.ค. 23 จังหวัด อาจเกิดน้ำท่วมและน้ำหลากใน 8 จังหวัด คือ นครนายก เลย ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ พระนครศรีอยุธยา และชุมพร ในเดือน ส.ค.อาจเกิดน้ำท่วม น้ำหลาก ใน 15 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ยโสธร บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี พระนครศรีอยุธยา จันทบุรี สตูล ส่วนเดือนก.ย.คาดมีน้ำล้นตลิ่ง ใน 21 จังหวัด คือ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ พิษณุโลก ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ จันทบุรี ระยอง ปราจีนบุรี นครนายก พิจิตร ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี สตูล และเดือนต.ค. มีพื้นที่เสี่ยงจะมีน้ำล้นตลิ่ง จำนวน 14 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ พระนครศรีอยุธยา ระยอง ปราจีนบุรี ลำพูน ตาก ลำปาง เลย ร้อยเอ็ด นครราชสีมา กำแพงเพชร และอุบลราชธานี เราเห็นว่า ทั้งปัญหาความต้องการน้ำ และปัญหาน้ำท่วม หากมีความรุนแรง สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และความสูญเสียต่อเศรษฐกิจขึ้น อาจกลายเป็นปัจจัยซ้ำเติม วิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ ขณะที่รัฐนอกจากต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือ ทั้งการป้องกันเพื่อบรรเทาผลกระทบ และการเยียวยาช่วยเหลือแล้ว จะต้องมีมาตรการการจัดการต่างๆ ต้องสอดคล้องตามมาตรฐานการเฝ้าระวังทางสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย เช่น การซักซ้อมแผนอพยพต่างๆ ให้สมดุลระหว่างความปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและไวรัส